โทรศัพท์ไม่ได้ยินเสียง เราพูดแต่เขาไม่ได้ยิน เกิดจากอะไร?
ผมเจอลูกค้าโทรมาบ่อยมากครับเรื่องนี้ บอกว่า “ปกติโทรหากันได้ปกตินะ แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร โทรไปแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเราเลย ติดต่องานก็ไม่ได้!!”
ก่อนจะรีบไปร้านซ่อมมือถือ ผมอยากให้ลองแก้ไขตามวิธีที่ผมรวบรวมไว้ก่อนครับ ทั้ง 8 วิธี ทำเองได้ทีละข้อ ส่วนใหญ่แก้ได้โดยไม่ต้องเสียตังค์เลย
สาเหตุที่เป็นไปได้
| สาเหตุ | ความน่าจะเป็น | แก้ยาก/ง่าย |
|---|---|---|
| ระบบปฏิบัติการ (OS) รวน | สูง | ง่ายมาก (Restart) |
| ระดับเสียง/โหมดห้ามรบกวน | สูง | ง่ายมาก (ปรับตั้งค่า) |
| สัญญาณมือถืออ่อน | สูง | ง่าย (เปลี่ยนตำแหน่ง) |
| Bluetooth ค้างส่งเสียงไปอุปกรณ์อื่น | ปานกลาง | ง่าย (ปิด Bluetooth) |
| ไมโครโฟนเสีย | ปานกลาง | ต้องตรวจสอบ |
| แจ็คหูฟังมีปัญหา | ต่ำ | ต้องตรวจสอบ |
| ลำโพง/ไมค์สกปรก | ปานกลาง | ง่าย (ทำความสะอาด) |
| Firmware มีบัค | ต่ำ | อัปเดต |
วิธีที่ 1: Restart เครื่อง (ปิดแล้วเปิดใหม่)
นี่คือวิธีแรกที่ต้องทำเสมอครับ ง่ายที่สุดแต่แก้ได้บ่อยที่สุด
ทำไมถึงได้ผล? เพราะบางที ระบบปฏิบัติการ (OS) ของโทรศัพท์เราก็ทำงานผิดพลาดได้ครับ โดยเฉพาะคนที่ ไม่เคยปิดเครื่องมาเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ระบบมันสะสม Process ค้างไว้เยอะ พอ Restart ก็เคลียร์หมด
จากประสบการณ์ผม: ลูกค้าประมาณ 3 ใน 10 คนที่โทรมาปรึกษาเรื่องนี้ แค่ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ก็หายเลย เพราะหลายคนชาร์จมือถือตลอดคืน ไม่เคยปิดเครื่องเลย ระบบมันก็รวนได้ครับ
วิธีทำ:
- กดปุ่ม Power ค้างไว้
- เลือก ปิดเครื่อง (Power Off)
- รอสักประมาณ 10-15 วินาที
- กดปุ่ม Power ค้างเพื่อ เปิดเครื่องใหม่
- ลอง โทรทดสอบ อีกครั้ง
วิธีที่ 2: เช็คระดับเสียง + โหมดห้ามรบกวน (DND)
สาเหตุง่ายๆ แต่คนลืมเช็คเยอะมากครับ บางทีไปกดปุ่มเสียงโดยไม่รู้ตัว หรือตั้งโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) ไว้
เช็คระดับเสียง:
- ระหว่างโทรอยู่ ลองกด ปุ่มเพิ่มเสียง (Volume Up) จนสุด
- ดูที่หน้าจอว่า ระดับเสียงสนทนา ขึ้นสุดหรือยัง
- บาง Android จะแยกเสียงสนทนากับเสียงเรียกเข้า — ต้องปรับตอนกำลังโทรอยู่ถึงจะปรับถูกตัว
เช็คโหมดห้ามรบกวน (DND):
- ปัดแถบด้านบนลงมา ดู Quick Settings
- ถ้ามีไอคอน พระจันทร์ (iPhone) หรือ วงกลมมีขีด (Android) สว่างอยู่ = DND เปิดอยู่
- กดปิดโหมดนี้ แล้วลองโทรใหม่
เคล็ดลับ: iPhone บางรุ่น เปิด Focus Mode ไว้โดยไม่รู้ตัว (กดปุ่มข้างค้างโดนบ่อย) ลองเข้า Settings → Focus → ปิดทุกโหมดดูครับ
วิธีที่ 3: เช็ค Bluetooth ว่าส่งเสียงไปอุปกรณ์อื่นหรือเปล่า
อันนี้เจอบ่อยมากครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้หูฟัง Bluetooth หรือลำโพง Bluetooth เป็นประจำ
ปัญหาคือ: มือถือ เชื่อมต่อ Bluetooth ค้างอยู่กับอุปกรณ์อื่น (หูฟัง TWS ในกล่อง, ลำโพงในห้องอื่น, วิทยุในรถ) พอโทรออก เสียงถูกส่งไปที่อุปกรณ์นั้นแทน ทำให้ เราไม่ได้ยินเสียง คนปลายทางก็ไม่ได้ยินเราเพราะไมค์อยู่ที่อุปกรณ์ Bluetooth
วิธีแก้:
- เปิด Settings → Bluetooth
- ดูว่ามี อุปกรณ์ไหน Connected อยู่
- กด Disconnect ทุกอุปกรณ์ หรือ ปิด Bluetooth ชั่วคราว
- ลองโทรใหม่
สังเกตง่ายๆ: ระหว่างโทรอยู่ ถ้าเห็น ไอคอน Bluetooth หรือ ชื่อหูฟัง ขึ้นบนหน้าจอโทร = เสียงกำลังส่งไปที่อุปกรณ์ Bluetooth ครับ กดเปลี่ยนกลับเป็น Phone หรือ Speaker ได้เลย
วิธีที่ 4: ตรวจสอบสัญญาณมือถือ
อีกสาเหตุที่เจอบ่อยคือ สัญญาณมือถือไม่ดี ครับ แบ่งเป็น 2 กรณี:
กรณีที่ 1 - อยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อน
บางทีบ้านเราหรือตำแหน่งที่ยืนอยู่ มันเป็น ขอบรัศมีของเสาสัญญาณ พอดี ก่อนโทรเห็นสัญญาณขึ้น 4 ขีด แต่พอเอาโทรศัพท์แนบหูปุ๊บ เหลือแค่ 1 ขีด หรือหายไปเลย
วิธีแก้: ลองเดินไปที่ โล่งๆ หรือ ใกล้หน้าต่าง แล้วโทรใหม่ครับ
กรณีที่ 2 - ชอบเดินคุยโทรศัพท์
เดินไปเดินมาระหว่างคุย แล้วดันเดินไปเจอ มุมอับของสัญญาณ ทำให้เสียงขาดๆ หายๆ ทั้งเราและคู่สนทนา
วิธีแก้:
- ดูที่หน้าจอ ว่าสัญญาณขึ้นกี่ขีด
- ถ้าเห็นสัญญาณ น้อยกว่า 2 ขีด ให้ย้ายไปที่อื่น
- ลองเปิด โหมดเครื่องบิน สัก 10 วินาที แล้วปิด เพื่อให้มือถือจับสัญญาณเสาใหม่
เคล็ดลับจากช่างคอม: ผมเคยเจอลูกค้าที่บ้านสัญญาณ AIS แย่มาก แต่ True ดีมาก ถ้าเปลี่ยนตำแหน่งแล้วยังไม่ดีขึ้น ลองขอยืมซิมเพื่อนเครือข่ายอื่นทดสอบดูก็ได้ครับ
วิธีที่ 5: ทดสอบไมโครโฟน ด้วยหูฟังมีไมค์
วิธีนี้จะช่วยตรวจสอบว่า ไมค์ของโทรศัพท์เราเสียหรือเปล่า ครับ
ไมค์อยู่ตรงไหน?
ให้ตั้งโทรศัพท์ขึ้นตรงๆ แล้วมองด้านล่าง ตรงที่ ช่องเสียบสายชาร์จ จะเห็น รูเล็กๆ อยู่ข้างๆ นั่นแหละครับคือ ไมโครโฟน ที่ใช้รับเสียงพูดของเราส่งไปให้ปลายทาง
ทำไมลำโพงได้ยินแต่ไมค์ไม่ทำงาน?
หลายคนสงสัยว่า “ทำไมเรายังได้ยินเสียงอีกฝ่ายอยู่ แต่เขาไม่ได้ยินเรา?” เพราะ ลำโพง (Speaker) กับ ไมโครโฟน (Microphone) เป็นคนละตัวกันครับ ลำโพงอยู่ด้านบน ไมค์อยู่ด้านล่าง ลำโพงไม่เสีย แต่ไมค์อาจเสียได้
วิธีทดสอบ
- หยิบหูฟังแบบมีไมค์ (Hand-free, Small Talk, หูฟังที่แถมมากับเครื่อง)
- เสียบเข้ามือถือ
- โทรทดสอบ ให้อีกฝ่ายฟังว่าได้ยินเสียงเราไหม
ถ้าเสียบหูฟังแล้วอีกฝ่ายได้ยิน = ไมค์ของตัวเครื่องมีปัญหา ต้องนำไปซ่อม
ถ้าเสียบหูฟังแล้วก็ยังไม่ได้ยิน = อาจเป็นปัญหาอื่น ลองทำวิธีถัดไป
ถ้าไม่มีหูฟังมีไมค์อยู่ในมือ แนะนำหาซื้อเก็บไว้สักอันครับ ราคาไม่แพง ใช้ได้หลายโอกาส
ใช้ทดสอบไมค์มือถือ + โทรแฮนด์ฟรี คุยสะดวกกว่าแนบหู
ผมเจอบ่อย: ลูกค้าบางคนไมค์ไม่ได้เสีย แต่ มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอุดรูไมค์ ลองใช้ไม้จิ้มฟันหรือแปรงขนอ่อนๆ แคะออกเบาๆ ก็หายได้ครับ
วิธีที่ 6: ลองเชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth ทดสอบ
วิธีนี้ใช้ตรวจสอบว่า แจ็คหูฟัง (ช่องเสียบสาย) มีปัญหาหรือเปล่า ครับ
ทำไมแจ็คหูฟังถึงเกี่ยว? เพราะบางทีระบบจำว่า มีหูฟังเสียบอยู่ (ทั้งๆ ที่ไม่ได้เสียบ) ทำให้เสียงถูกส่งไปที่หูฟังแทนลำโพงและไมค์ตัวเครื่อง
วิธีทำ:
- หา หูฟัง Bluetooth มาสักอัน (ยืมเพื่อนก็ได้ครับ)
- เชื่อมต่อ Bluetooth กับมือถือ
- โทรทดสอบ ผ่านหูฟัง Bluetooth
ถ้าโทรผ่าน Bluetooth ได้ยินปกติ = แจ็คหูฟังหรือไมค์ตัวเครื่องมีปัญหา
ถ้ายังไม่มีหูฟัง Bluetooth ก็ลงทุนสักอันครับ ใช้ได้ทั้งโทร ฟังเพลง ออกกำลังกาย คุ้มมาก
ใช้โทรแฮนด์ฟรีเสียงชัด + ฟังเพลง ออกกำลังกาย ใช้ได้หลายโอกาส
สังเกตเพิ่มเติม: ลองดูที่ Status Bar ด้านบนหน้าจอ ถ้ามี ไอคอนหูฟัง ค้างอยู่ทั้งๆ ที่ไม่ได้เสียบ แสดงว่าแจ็คมีปัญหา ลองเสียบหูฟังเข้าไปแล้วดึงออกสัก 2-3 ครั้ง บางทีก็หายครับ
วิธีที่ 7: ทำความสะอาดลำโพงและไมค์
วิธีนี้แก้ได้เยอะกว่าที่คิดครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้มือถือมานาน ฝุ่น ขี้หู สิ่งสกปรก มันเข้าไปอุดรูลำโพงและไมค์โดยไม่รู้ตัว
ตำแหน่งที่ต้องทำความสะอาด:
- ลำโพงสนทนา (ด้านบน ตรงที่แนบหู) → ถ้าสกปรกจะทำให้ เราไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่าย
- ไมโครโฟน (ด้านล่าง ข้างช่องชาร์จ) → ถ้าสกปรกจะทำให้ อีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเรา
- ช่องเสียบหูฟัง (ถ้ามี) → ฝุ่นข้างในทำให้ระบบจำว่ามีหูฟังเสียบอยู่
วิธีทำความสะอาด:
- ใช้ แปรงขนอ่อนๆ (แปรงสีฟันขนนุ่มก็ได้) ปัดฝุ่นออกจากรูลำโพงและไมค์
- ใช้ ไม้จิ้มฟัน แคะสิ่งสกปรกที่ติดแน่นออกเบาๆ (ระวังอย่าจิ้มแรง)
- ใช้ ลมเป่า (กระป๋องลมอัด หรือเป่าปากเบาๆ) ไล่ฝุ่นออก
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้น้ำหรือของเหลว ห้ามใช้เข็มหรือของแหลมจิ้มแรงๆ เพราะอาจทำให้ไมค์เสียได้ครับ
วิธีที่ 8: อัปเดต Firmware (ระบบปฏิบัติการ)
ข้อนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ผมจะแนะนำครับ เพราะ การอัปเดต Firmware มีความเสี่ยง อยู่บ้าง
ข้อควรระวังก่อนอัปเดต
| ข้อ | ความเสี่ยง | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| 1 | แบตเตอรี่หมดระหว่างอัปเดต | ชาร์จแบตให้เกิน 50% ก่อน |
| 2 | เน็ตหลุดระหว่างโหลด | ใช้ WiFi ที่เสถียร |
| 3 | แอปบางตัวอาจไม่รองรับ | สำรองข้อมูลก่อนเสมอ |
| 4 | เครื่องอาจช้าลง (มือถือรุ่นเก่า) | ดูรีวิวก่อนอัปเดต |
| 5 | ใช้เวลานาน | อย่าอัปเดตตอนรีบใช้งาน |
วิธีอัปเดต
- เข้า ตั้งค่า (Settings)
- เลื่อนหา เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone)
- กด อัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)
- ถ้ามี อัปเดตใหม่ ให้กดดาวน์โหลดและติดตั้ง
- รอเครื่อง Restart เสร็จแล้วลองโทรทดสอบ
ทำครบ 8 วิธีแล้วยังไม่หาย?
ถ้าลองทำทั้ง 8 วิธีแล้วยังไม่หาย แปลว่า ไมค์หรือลำโพงเสียจริงๆ ครับ ต้องนำไปร้านซ่อมมือถือ ค่าเปลี่ยนไมค์ปกติจะอยู่ที่ 200-500 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและร้าน
สิ่งที่ต้องบอกช่างซ่อม:
- อาการที่เจอ (เราพูดแต่เขาไม่ได้ยิน หรือเราไม่ได้ยินเสียงเขา หรือทั้งสองฝั่ง)
- สิ่งที่ทดสอบแล้ว (ลองหูฟัง, Bluetooth, Restart, ทำความสะอาด)
- เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่
สำหรับ Vivo โทรไลน์ได้แต่เขาไม่ได้ยินเสียง
ถ้าใช้โทรศัพท์ Vivo แล้วเจอปัญหาโทร LINE ได้แต่เสียงไม่ออก ผมเขียนบทความแยกไว้เฉพาะเลยครับ เพราะ Vivo มีการตั้งค่าที่ต่างจากยี่ห้ออื่น สามารถอ่านวิธีแก้ละเอียดได้ที่ Vivo โทรไลน์ได้แต่ไม่ได้ยินเสียง แก้ยังไง ครับ
สรุป
| วิธี | ทำอะไร | โอกาสแก้ได้ |
|---|---|---|
| วิธีที่ 1 | Restart เครื่อง | สูง |
| วิธีที่ 2 | เช็คระดับเสียง + ปิด DND | สูง |
| วิธีที่ 3 | เช็ค Bluetooth ค้าง | สูง |
| วิธีที่ 4 | ตรวจสอบสัญญาณ | สูง |
| วิธีที่ 5 | ทดสอบไมค์ด้วยหูฟังมีไมค์ | ปานกลาง |
| วิธีที่ 6 | ทดสอบด้วยหูฟัง Bluetooth | ปานกลาง |
| วิธีที่ 7 | ทำความสะอาดลำโพง/ไมค์ | ปานกลาง |
| วิธีที่ 8 | อัปเดต Firmware | ต่ำ |
ผมแนะนำให้ทำ ทีละวิธีตามลำดับ ครับ อย่าข้ามไปข้อ 8 เลย เพราะวิธีแรกๆ มันง่ายและมีโอกาสแก้ได้สูงกว่า ถ้าทำครบแล้วยังไม่หาย ค่อยไปร้านซ่อมก็ไม่สายครับ
หากมีข้อสงสัย แอดไลน์มาถามผมได้ที่ LINE @018ffulw ครับ
คำถามที่พบบ่อย
โทรศัพท์ไม่ได้ยินเสียง เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ OS รวนเพราะไม่เคยปิดเครื่องมานาน, ตั้งระดับเสียงต่ำหรือเปิดโหมดห้ามรบกวน (DND) ไว้, Bluetooth ค้างส่งเสียงไปอุปกรณ์อื่น หรือสัญญาณมือถืออ่อน ลอง Restart เครื่องก่อนเป็นอันดับแรกครับ
โทรศัพท์พูดแล้วอีกฝั่งไม่ได้ยิน แก้ยังไง?
ลองทำ 8 วิธีตามลำดับ เริ่มจาก Restart เครื่อง, เช็คระดับเสียง, ปิด Bluetooth ที่ค้าง, ตรวจสอบสัญญาณ, ทดสอบไมค์ด้วยหูฟัง, ทำความสะอาดลำโพงและไมค์ ถ้าทำครบแล้วยังไม่หาย ต้องนำไปร้านซ่อม ค่าเปลี่ยนไมค์ประมาณ 200-500 บาทครับ
ไมค์โทรศัพท์อยู่ตรงไหน?
ไมโครโฟนอยู่ด้านล่างของเครื่อง ใกล้กับช่องเสียบสายชาร์จ จะเห็นเป็นรูเล็กๆ บางทีมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอุดรูไมค์ ลองใช้แปรงขนอ่อนปัดหรือไม้จิ้มฟันแคะออกเบาๆ ก็อาจแก้ได้ครับ
Restart เครื่องแล้วหายจริงไหม?
จริงครับ จากประสบการณ์ผม ลูกค้าประมาณ 3 ใน 10 คนที่โทรมาปรึกษา แค่ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ก็หายเลย เพราะหลายคนไม่เคยปิดเครื่องมาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ระบบสะสม Process ค้างจนทำงานผิดปกติ
Bluetooth ทำให้โทรศัพท์ไม่ได้ยินเสียงได้ยังไง?
ถ้ามือถือเชื่อมต่อ Bluetooth ค้างอยู่กับอุปกรณ์อื่น เช่น หูฟัง TWS ในกล่อง ลำโพงในห้องอื่น หรือวิทยุในรถ เสียงสนทนาจะถูกส่งไปที่อุปกรณ์นั้นแทน วิธีแก้คือเข้า Settings แล้ว Disconnect อุปกรณ์ทั้งหมด หรือปิด Bluetooth ชั่วคราวครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- โทรไลน์ได้ แต่ไม่ได้ยินเสียง วิธีแก้เบื้องต้น
- โทรไลน์ไม่ได้ ขึ้น 119 ไมโครโฟนขัดข้อง
- Vivo โทรไลน์ได้แต่ไม่ได้ยินเสียง แก้ยังไง
- แก้ปัญหา WiFi ช้า ไม่เสถียร ทำเองได้
- หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี 2026? แนะนำ 4 ตัว งบ 300-2,500
- Webcam แนะนำ 2026 เว็บแคม ตัวไหนดี? ประชุม Zoom/สตรีม
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ
เขียนโดย
สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)
ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง
ดูวิดีโอบน YouTube