อุปกรณ์เสียง

Bluetooth Codec คืออะไร? aptX, LDAC, AAC ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดี

Bluetooth Codec คืออะไร? aptX, LDAC, AAC ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดี

ลูกค้าถามผมบ่อยมากครับว่า “หูฟังตัวนี้เขียนว่า LDAC รองรับ แต่อีกตัวบอก aptX — ซื้อตัวไหนดีกว่า?”

ผมเองก็เคยงงเหมือนกันตอนแรก เพราะตัวเลขบนกล่องมันเยอะมาก วันนี้ขออธิบายแบบที่ผมเล่าให้ลูกค้าฟังในร้านเลยครับ


Codec คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

Codec ย่อมาจาก Coder-Decoder — คือโปรแกรมที่ใช้ บีบอัดและแตกไฟล์เสียง เพื่อส่งผ่านบลูทูธ

เปรียบง่ายๆ แบบนี้ครับ:

โทรศัพท์กับหูฟังคุยกันผ่านบลูทูธ แต่บลูทูธมี bandwidth จำกัด ถ้าส่งไฟล์เสียงคุณภาพสูงตรงๆ ไม่พอ ก็ต้องบีบก่อน codec คือ “ภาษา” ที่ทั้งสองใช้คุยกัน

ถ้าโทรศัพท์กับหูฟัง รองรับ codec เดียวกัน → ส่งข้อมูลได้มากขึ้น → เสียงดีขึ้น

ถ้า codec ไม่ตรงกัน → fallback ไปใช้ SBC (พื้นฐานสุด) โดยอัตโนมัติ


4 Codec หลักที่ต้องรู้จัก

SBC — มาตรฐานพื้นฐาน

SBC (Sub-band Coding) คือ codec บลูทูธที่ ทุกอุปกรณ์ต้องรองรับ เหมือน fallback สากล

  • Bitrate: 192–328 kbps
  • Latency: ~150–200ms (สูงพอสมควร)
  • เสียง: ใช้ได้สำหรับฟังเพลงทั่วไป แต่ไม่ได้ดีพิเศษ

ถ้าซื้อหูฟังบลูทูธถูกๆ ไม่ได้ระบุ codec → มักได้ SBC ครับ


AAC — มาตรฐาน Apple

AAC (Advanced Audio Coding) คือ codec ที่ Apple ใช้เป็นมาตรฐาน ใน iPhone และ Mac

  • Bitrate: ~250 kbps (แต่ efficient กว่า SBC มาก)
  • Latency: ~120ms
  • เสียง: ดีกว่า SBC ชัดเจน โดยเฉพาะ high frequency

เหมาะใครบ้าง:

  • คนใช้ iPhone → AAC คือ codec ที่ดีที่สุดที่ iOS ส่งได้
  • Android รุ่นใหม่รองรับ AAC ด้วย แต่ implementation บางตัว unstable

ข้อสำคัญ: Android บางรุ่นปรับ bitrate ของ AAC ให้ต่ำลงเพื่อประหยัดแบต ทำให้ได้คุณภาพไม่เต็ม


aptX / aptX HD — มาตรฐาน Android

aptX พัฒนาโดย Qualcomm รองรับส่วนใหญ่ใน Android ที่ใช้ชิป Qualcomm

รุ่นBitrateLatencyหมายเหตุ
aptX352 kbps~40msมาตรฐาน Android
aptX HD576 kbps~40msคุณภาพสูงขึ้น
aptX Adaptiveสูงสุด 1,000 kbps~50msปรับ bitrate ตาม condition
aptX Losslesslossless CD quality~200msใหม่สุด รองรับน้อยมาก

ข้อดี aptX: Latency ต่ำ (~40ms) เหมาะดูหนัง เล่นเกม ไม่มีปัญหาเสียงหน่วง

เหมาะใครบ้าง:

  • คนใช้ Android ที่ใช้ชิป Snapdragon
  • คนดูหนัง/เล่นเกมแล้วไม่อยากให้เสียงหน่วง

LDAC — คุณภาพเสียงสูงสุด

LDAC พัฒนาโดย Sony เป็น codec ที่ให้คุณภาพเสียงสูงที่สุดในบรรดาที่ใช้กันแพร่หลาย

  • Bitrate: สูงสุด 990 kbps (3 เท่าของ aptX)
  • Latency: ~200ms
  • เสียง: รองรับ Hi-Res Audio จริงๆ (96kHz/24bit)
  • รองรับใน: Android 8.0+ ทุกรุ่น (Google บังคับรองรับ LDAC ตั้งแต่ Android 8)

ข้อเสีย: Bitrate สูง = เสถียรภาพต่ำกว่า ถ้าสัญญาณไม่ดี จะ dropback ไป 660 kbps หรือ 330 kbps อัตโนมัติ

เหมาะใครบ้าง:

  • คนใช้ Android ที่ฟังเพลงจาก Spotify/Apple Music/TIDAL แบบ Hi-Res
  • คนซื้อหูฟัง Hi-Fi ที่ต้องการคุณภาพเสียงจริงๆ

เปรียบเทียบตรงๆ — เลือก codec ไหนดี?

CodecคุณภาพเสียงLatencyเหมาะกับ
SBC⭐⭐สูง (~200ms)ทุกอุปกรณ์ (fallback)
AAC⭐⭐⭐กลาง (~120ms)iPhone / iOS
aptX⭐⭐⭐ต่ำ (~40ms)Android + ดูหนัง/เกม
aptX HD⭐⭐⭐⭐ต่ำ (~40ms)Android + เน้นเสียงดี
LDAC⭐⭐⭐⭐⭐สูง (~200ms)Android + Hi-Res Audio

ถ้าใช้ iPhone — ไม่ต้องสนใจ LDAC

ผมเห็นหลายคนซื้อหูฟัง LDAC แล้วใช้กับ iPhone — น่าเสียดายมากครับ เพราะ iOS ไม่รองรับ LDAC

iPhone รองรับแค่ AAC และ SBC ดังนั้นหูฟัง LDAC ราคา 3,000 บาทที่ใช้กับ iPhone ก็ได้แค่ AAC เหมือนหูฟัง 800 บาทที่รองรับ AAC ด้วยกัน

สรุปสำหรับ iPhone:

  • เน้น AAC ก็พอ — หูฟัง Apple AirPods / Sony รุ่นที่รองรับ AAC ดีมาก
  • aptX ไม่มีประโยชน์กับ iPhone
  • LDAC ไม่มีประโยชน์กับ iPhone

ถ้าใช้ Android — LDAC หรือ aptX?

ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไรครับ:

เลือก LDAC ถ้า:

  • ฟังเพลงเป็นหลัก เน้นคุณภาพเสียง
  • ไม่ได้ดูหนัง/เล่นเกม (เพราะ latency สูง)
  • ใช้ streaming platform ที่มี Hi-Res (TIDAL, Apple Music Lossless, Spotify Premium)

เลือก aptX ถ้า:

  • ดูหนัง/เล่นเกมด้วย (latency ต่ำ ~40ms ไม่ delay)
  • เน้นใช้งานได้หลากหลาย
  • ไม่ได้เน้น Hi-Res จริงๆ

หูฟังที่ผมแนะนำตามงบ (รองรับ codec คุณภาพดี)

ผมเลือกมาให้ดูเป็นแนวทาง — ทุกตัวรองรับ LDAC หรือ Hi-Res Audio สำหรับคน Android และใช้ AAC ได้ดีสำหรับ iPhone ด้วย

Premium — Sony WH-1000XM5

ตัวท็อปของ Sony รองรับ LDAC + AAC + SBC ครบ ANC ดีที่สุดในตลาด tuning เน้น balanced ฟังเพลงได้ทุกแนว

Sony WH-1000XM5 Wireless Noise Canceling (LDAC + AAC)
~฿10,790

Mid-range — Soundcore Space Q45

ราคาครึ่งของ Sony แต่ยังได้ LDAC + Hi-Res certified ANC 98% แบตอึด 50 ชม. คุ้มมากสำหรับคนที่อยากลอง Hi-Res แต่งบไม่ถึงหมื่น

Soundcore Space Q45 (LDAC + Hi-Res)
~฿5,190

Budget ANC — Edifier W820NB Plus

งบสองพัน ได้ ANC + Hi-Res ครอบหู เวลาเล่น 88 ชม. ตัวคุ้มที่สุดในงบนี้สำหรับคนที่อยากตัดเสียงรบกวนทำงาน

Edifier W820NB Plus (Hybrid ANC + Hi-Res)
~฿2,090

Entry-level TWS — SoundPEATS Air5 Lite

ถ้าอยากได้ TWS (in-ear) ราคาประหยัดที่ยังมี LDAC SoundPEATS Air5 Lite คือตัวที่ราคาดีสุดในตลาดที่ผมเจอ

SoundPEATS Air5 Lite (LDAC TWS)
~฿1,790

หมายเหตุสำหรับคน iPhone: หูฟังเหล่านี้ใช้กับ iPhone ได้ครับ แค่จะ fallback เป็น AAC อัตโนมัติ — ก็ยังเสียงดีอยู่ เพราะ tuning และ driver คุณภาพดีเป็นพื้นฐาน


วิธีเช็ค codec ที่กำลังใช้อยู่

Android:

  1. ไปที่ Settings → About Phone
  2. แตะ “Build Number” 7 ครั้ง (เปิด Developer Options)
  3. ไปที่ Settings → Developer Options → Bluetooth Audio Codec
  4. เลือก codec ที่ต้องการ

iPhone: ไม่มี option ให้เลือก — iOS จัดการเองอัตโนมัติ


สรุปแบบง่ายที่สุด

จากที่ผมแนะนำลูกค้ามาเยอะมาก สรุปแบบตรงๆ ครับ:

  • ใช้ iPhone → ไม่ต้องสนใจ codec มาก เน้น AAC ก็พอ
  • ใช้ Android ฟังเพลงเป็นหลัก → หา LDAC
  • ใช้ Android ดูหนัง/เกม → หา aptX หรือ aptX Adaptive
  • งบน้อย ไม่สน Hi-Res → SBC หรือ AAC ก็ฟังได้ปกติ

สิ่งที่สำคัญกว่า codec จริงๆ คือ driver หูฟัง ขนาด และ tuning ครับ หูฟัง codec ต่ำแต่ tuning ดีก็ฟังสนุกกว่าหูฟัง LDAC tuning แย่ได้


คำถามที่พบบ่อย


บทความที่เกี่ยวข้อง

แชร์บทความนี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย) - ช่างคอมพิวเตอร์

เขียนโดย

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)

ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง

ดูวิดีโอบน YouTube