รู้หรือไม่? ไอที

เทคนิคบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ ให้ใช้งานได้นาน ไม่พังง่าย

อ่าน 4 นาที โยโยคอมพิวเตอร์
เทคนิคบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ ให้ใช้งานได้นาน ไม่พังง่าย

ทำไมต้องบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์?

สวัสดีครับ ผมช่างโย จากร้านโยโยคอมพิวเตอร์ สระบุรี ซ่อมคอมมากว่า 11 ปี วันนี้จะมาแชร์เรื่อง การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ ที่หลายคนมองข้ามครับ

จากประสบการณ์ผม เครื่องคอมที่พังบ่อยๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เพราะสเปคไม่ดี แต่เพราะ ไม่เคยดูแลรักษาเลย ครับ ลูกค้าเอาเครื่องมาซ่อม พอผมเปิดฝาเคสออกมา ฝุ่นเกาะหนาเป็นผ้าห่ม พัดลม CPU หมุนแทบไม่ไหว เครื่องก็ร้อน ก็พัง ก็ต้องเสียตังค์ซ่อม

ถ้าดูแลดีๆ คอมเครื่องนึงใช้ได้ 5-8 ปีสบายๆ เลยครับ มาดูกันว่าต้องทำอะไรบ้าง


สารบัญ


ส่วนที่ 1: ดูแลฮาร์ดแวร์ (ตัวเครื่อง)

1.1 ทำความสะอาดฝุ่นภายในเคส

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดเลยครับ ฝุ่นคือศัตรูตัวร้ายอันดับ 1 ของคอมพิวเตอร์

ผมเจอลูกค้าเอาเครื่องมาซ่อม บอกว่า “เครื่องดับเองบ่อย” พอเปิดเคสดู ฝุ่นอัดแน่นจนพัดลม CPU หมุนไม่ได้ อุณหภูมิ CPU พุ่งไป 95 องศา เครื่องก็ตัดไฟป้องกันตัวเองครับ แค่เป่าฝุ่นออก เครื่องก็กลับมาใช้งานได้ปกติ

วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง:

  1. ปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟ ออกก่อนทุกครั้ง (สำคัญมากครับ)
  2. ใช้ไขควงปากแฉกถอดสกรูฝาเคสด้านข้างออก
  3. ใช้ กระป๋องลมอัด (Air Duster) เป่าฝุ่นออก โดยเฉพาะบริเวณ:
    • พัดลม CPU และ Heatsink
    • พัดลมการ์ดจอ (ถ้ามี)
    • พัดลมเคส ด้านหน้าและด้านหลัง
    • Power Supply (ตัวจ่ายไฟ)
  4. ใช้ แปรงขนนุ่ม ปัดฝุ่นตามซอกที่ลมเป่าไม่ถึง
  5. ใช้ สำลีชุบ Isopropyl Alcohol เช็ดพัดลมให้สะอาด

ข้อควรระวัง: ห้ามใช้เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปดูดภายในเคสครับ เพราะอาจเกิดไฟฟ้าสถิตทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้ ใช้กระป๋องลมอัดจะปลอดภัยกว่า

1.2 ทำความสะอาดภายนอก

  • จอมอนิเตอร์ - ใช้ผ้า Microfiber เช็ด ห้ามใช้น้ำยาที่มีแอลกอฮอล์หรือแอมโมเนีย
  • คีย์บอร์ด - พลิกคว่ำเคาะเบาๆ ให้เศษอาหารร่วงออก แล้วใช้ลมเป่า
  • เมาส์ - เช็ดเซ็นเซอร์ด้านล่างด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์
  • ตัวเคส - เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ

1.3 ดูแลเรื่องความร้อน

ความร้อนทำให้อายุการใช้งานอุปกรณ์สั้นลง สิ่งที่ต้องดูแล:

  • วางเครื่องให้ระบายอากาศได้ดี - อย่าวางชิดผนัง ต้องเว้นระยะอย่างน้อย 10-15 ซม. จากผนังหรือเฟอร์นิเจอร์
  • ตรวจเช็คซิลิโคน (Thermal Paste) ที่ CPU - ถ้าใช้งานมา 2-3 ปี ควรเปลี่ยนใหม่ครับ ซิลิโคนแห้งแล้วระบายความร้อนไม่ดี
  • ตรวจพัดลมว่าหมุนปกติไหม - พัดลมที่มีเสียงดังผิดปกติหรือหมุนช้า ควรเปลี่ยน

จากประสบการณ์ผม เครื่องที่วางในห้องแอร์กับเครื่องที่วางกลางแดด อายุการใช้งานต่างกันลิบเลยครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีจัดวางคอมพิวเตอร์ให้ระบายอากาศดีที่สุด


ส่วนที่ 2: ดูแลซอฟต์แวร์ (ระบบ)

2.1 อัปเดต Windows และไดรเวอร์

Windows Update ไม่ได้มีแค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่มี แพตช์ความปลอดภัย ที่สำคัญมากครับ ไวรัสสมัยนี้ฉลาด ถ้าระบบไม่อัปเดต ก็เหมือนบ้านที่ประตูไม่ล็อก

สิ่งที่ควรอัปเดต:

  • Windows Update - อย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • Driver การ์ดจอ - โดยเฉพาะถ้าเล่นเกม
  • BIOS/UEFI - เฉพาะเมื่อจำเป็น (มีปัญหาความเสถียร)

2.2 ลบไฟล์ขยะ และล้าง Cache

เครื่องใช้ไปนานๆ จะมีไฟล์ขยะสะสมเยอะ ทำให้ ฮาร์ดดิสก์เต็ม และ เครื่องช้าลง วิธีจัดการ:

  • ใช้ Disk Cleanup ที่มีมากับ Windows ลบไฟล์ Temp, ถังขยะ, Log ต่างๆ
  • ใช้ CCleaner ช่วยล้างไฟล์ขยะ Cache และ Cookie ของเบราว์เซอร์ อ่านวิธีใช้ได้ที่ เอาความเร็วคอมพิวเตอร์คืนมาด้วย CCleaner
  • ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ - เข้า Settings > Apps > ลบตัวที่ไม่ต้องการออก

2.3 ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส

ผมเจอลูกค้าโดนไวรัส Ransomware เข้ารหัสไฟล์งานทั้งหมด มานั่งร้องไห้ที่ร้านก็มีครับ ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามาแก้ทีหลัง

  • Windows 10/11 มี Windows Defender มาให้ฟรี ใช้ได้ดีพอสมควรแล้วครับ
  • เปิด Real-time Protection ไว้ตลอด
  • สแกนเต็มรูปแบบ (Full Scan) อย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • อย่าปิด Firewall โดยไม่จำเป็น

2.4 จัดเรียงข้อมูล (Defragment) - สำหรับ HDD

ถ้ายังใช้ HDD (Hard Disk Drive) อยู่ ควร Defragment เดือนละครั้ง จะช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นครับ แต่ถ้าใช้ SSD ไม่ต้องทำ นะครับ เพราะจะทำให้ SSD เสื่อมเร็วขึ้น

อ่านวิธี Defragment ได้ที่ แก้คอมช้า ด้วยการจัดเรียงข้อมูล Disk Defragmenter


ส่วนที่ 3: นิสัยการใช้งานที่ดี

3.1 ปิดเครื่องให้ถูกวิธี

ห้ามกดปุ่ม Power ค้างเพื่อปิดเครื่องเด็ดขาด ครับ (ยกเว้นเครื่องค้างจริงๆ) เพราะอาจทำให้:

  • ไฟล์ระบบเสียหาย
  • ฮาร์ดดิสก์เสีย (โดยเฉพาะ HDD)
  • ข้อมูลที่ยังไม่บันทึกหายหมด

ผมเจอลูกค้าที่ชอบกดปิดเครื่องดื้อๆ ตอน Windows กำลัง Update จนเครื่องบูตไม่ขึ้น ต้องลง Windows ใหม่ เสียทั้งเวลาทั้งเงินครับ

3.2 สำรองข้อมูลเป็นประจำ (Backup)

กฎ 3-2-1 ของการ Backup:

  • เก็บข้อมูล 3 สำเนา
  • เก็บใน 2 อุปกรณ์ ที่ต่างกัน (เช่น คอม + External HDD)
  • เก็บ 1 สำเนาไว้นอกสถานที่ (เช่น Google Drive, OneDrive)

ผมมีลูกค้าที่ HDD พังกะทันหัน ข้อมูลงาน 5 ปีหายหมด ส่งกู้ข้อมูลก็แพงมาก ถ้า Backup ไว้ก็ไม่ต้องเจ็บตัวครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สำรองข้อมูลยังไงให้ปลอดภัย

3.3 ใช้ UPS ป้องกันไฟกระชาก

UPS (Uninterruptible Power Supply) คือเครื่องสำรองไฟ สำคัญมากครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไฟดับบ่อย อย่างสระบุรีบ้านผมนี่ ไฟดับกันเป็นว่าเล่น

ประโยชน์ของ UPS:

  • ป้องกันไฟกระชาก ที่อาจทำให้ Power Supply หรือ Mainboard พัง
  • ให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่อง อย่างถูกต้องเมื่อไฟดับ
  • กรองไฟให้สม่ำเสมอ ป้องกันไฟตก-ไฟเกิน

อ่านเพิ่มเติม: รู้ได้ยังไงว่า UPS แบตเริ่มเสื่อม

3.4 ระวังการดาวน์โหลดและเปิดเว็บ

  • อย่าคลิกลิงก์ในอีเมลที่น่าสงสัย - อ่านเพิ่มที่ วิธีสังเกตอีเมลหลอกลวง
  • ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บทางการเท่านั้น อย่าโหลดจากเว็บมั่วๆ
  • อย่าติดตั้งโปรแกรมแถมที่มากับตัวติดตั้ง กด Custom Install แล้วเอาเครื่องหมายถูกออก
  • ใช้ Ad Blocker ในเบราว์เซอร์ ช่วยป้องกันโฆษณาหลอก

3.5 จัดการโปรแกรม Startup

เครื่องบูตช้า สาเหตุหลักคือ โปรแกรม Startup เยอะเกินไป ครับ ลองเข้า Task Manager (Ctrl+Shift+Esc) > แท็บ Startup > ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น

ผมเคยเจอเครื่องลูกค้าที่บูตใช้เวลา 5 นาที พอปิด Startup ที่ไม่จำเป็นออก เหลือแค่นาทีเดียวครับ


ตารางสรุป: ทำอะไร ทำบ่อยแค่ไหน

สิ่งที่ต้องทำความถี่ระดับความสำคัญ
เป่าฝุ่นภายในเคสทุก 3-6 เดือนสูงมาก
ลบไฟล์ขยะ / ล้าง Cacheเดือนละครั้งสูง
อัปเดต Windowsเดือนละครั้งสูง
สแกนไวรัสเต็มรูปแบบเดือนละครั้งสูง
Backup ข้อมูลสำคัญสัปดาห์ละครั้งสูงมาก
เปลี่ยน Thermal Pasteทุก 2-3 ปีปานกลาง
Defragment HDDเดือนละครั้งปานกลาง (HDD เท่านั้น)
ตรวจเช็คสาย / ขั้วต่อทุก 6 เดือนปานกลาง
ทำความสะอาดคีย์บอร์ด/เมาส์เดือนละครั้งต่ำ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำความสะอาดคอมบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?

ถ้าวางเครื่องในห้องแอร์ ทำทุก 6 เดือนก็โอเคครับ แต่ถ้าวางในพื้นที่ฝุ่นเยอะ (ริมถนน หรือห้องที่ไม่ได้ปิดประตู) ควรทำทุก 3 เดือน จากประสบการณ์ ร้านค้าที่เปิดหน้าร้านริมถนน ฝุ่นจะเยอะมากครับ

ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดคอมได้ไหม?

ไม่แนะนำ ครับ เครื่องดูดฝุ่นสร้างไฟฟ้าสถิตได้ ซึ่งทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ใช้ กระป๋องลมอัด (Air Duster) จะปลอดภัยกว่า ซื้อได้ตามร้านคอมทั่วไป ราคาประมาณ 100-200 บาท

คอมเก่าอายุ 5 ปีแล้ว ยังคุ้มค่าที่จะดูแลไหม?

คุ้มครับ ถ้าดูแลดีๆ คอมอายุ 5 ปีก็ยังใช้งานทั่วไปได้ดี ยิ่งถ้าอัปเกรดเป็น SSD กับเพิ่ม RAM จะรู้สึกเหมือนได้เครื่องใหม่เลย ผมมีลูกค้าที่ใช้คอมมา 7-8 ปี แค่เปลี่ยน SSD กับเพิ่ม RAM ก็ใช้งานไปได้อีกหลายปีครับ


สรุป

การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่ทำสม่ำเสมอก็ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกหลายปี จากประสบการณ์ผมซ่อมคอมมากว่า 11 ปี เครื่องที่เจ้าของดูแลดี กับเครื่องที่ไม่เคยดูแลเลย อายุการใช้งานต่างกันเท่าตัว ครับ

ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องดูแลคอมเพิ่มเติม ทักมาถามได้เลยครับ LINE: @018ffulw หรือโทร 086-561-8171


บทความที่เกี่ยวข้อง

แท็ก: การทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ ทำความสะอาดคอมพิวเตอร์อย่างไร วิธีดูแลคอมพิวเตอร์ให้เร็วแรง