วิธีปิด Windows Update สำหรับ Windows 7, 10, 11 ปิดเครื่องทีไร ต้องรออัพเดททุกที แก้ยังไง?
ปัญหา: ปิดเครื่องทีไร ต้องรอ Windows Update ทุกที
เคยเจอไหมครับ จะปิดเครื่องกลับบ้านทั้งที แต่ Windows ดันขึ้นว่า “Installing updates… Do not turn off your computer” แล้วก็ต้องนั่งรอ 10-30 นาที บางทีนานกว่าชั่วโมง

จากประสบการณ์ซ่อมคอมมากว่า 11 ปี ผมเจอปัญหานี้บ่อยมากครับ ลูกค้าหลายรายถึงขั้น กดปุ่ม Power ค้างดับเครื่อง ระหว่างที่ Windows กำลังอัพเดท ซึ่งอันตรายมากเพราะอาจทำให้ เครื่องเปิดไม่ขึ้นเลย
ผมเจอเคสลูกค้าที่กดปิดเครื่องดื้อๆ ระหว่าง Update แล้วเครื่องวนรีสตาร์ทไม่จบ ต้องลง Windows ใหม่ เสียเวลาและเสียเงินเพิ่มอีก
ปิด Windows Update ดีจริงไหม? (ข้อดี vs ข้อเสีย)
ก่อนจะปิด มาดูข้อดีข้อเสียกันก่อนครับ:
| เปิด Update (ค่าปกติ) | ปิด Update | |
|---|---|---|
| ความปลอดภัย | ได้รับ Patch ล่าสุด ป้องกันไวรัส | เสี่ยงถูกโจมตีจากช่องโหว่ที่ยังไม่ได้แพทช์ |
| ความเร็ว | ช้าตอนอัพเดท | ไม่มีอะไรมาดึงทรัพยากร |
| ความเสถียร | บางทีอัพเดทแล้วมีบั๊กใหม่ | ระบบคงที่ไม่เปลี่ยน |
| เหมาะกับ | เครื่องเร็ว, ต่อเน็ตตลอด | เครื่องช้า, ใช้งานจำกัด |
คำแนะนำจากผม: ถ้าเครื่องสเปคดีและต่อเน็ตตลอด ไม่แนะนำให้ปิดครับ แต่ถ้าเครื่องเก่า สเปคต่ำ หรือใช้ Windows 7 ที่ Microsoft หยุด support แล้ว การปิดก็เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล
วิธีปิด Windows Update แต่ละเวอร์ชัน
วิธีที่ 1: ปิด Windows Update ใน Windows 7
Windows 7 ปิดได้ง่ายที่สุดครับ ทำตามขั้นตอนนี้:
ขั้นตอนที่ 1 - กดที่ Start แล้วเลือก Control Panel

ขั้นตอนที่ 2 - หน้าจอ Control Panel จะขึ้นมา ให้เปลี่ยน View by เป็น Small icons เพื่อให้หาเมนูง่ายขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 - หาคำว่า Windows Update แล้วคลิกเข้าไป

ขั้นตอนที่ 4 - จะเห็นโล่สีเขียว หมายถึงระบบกำลังอัพเดทอยู่ ให้คลิกที่ Change settings ทางซ้ายมือ

ขั้นตอนที่ 5 - ตรง Important updates ให้เลือกเป็น Never check for updates

ขั้นตอนที่ 6 - เอาเครื่องหมายถูกออกทั้ง 2 ช่อง แล้วกด OK

ขั้นตอนที่ 7 - เสร็จแล้วจะเห็นหน้าจอแบบนี้ แสดงว่าปิดสำเร็จครับ

วิธีที่ 2: ปิด Windows Update ใน Windows 10
Windows 10 ไม่มีปุ่มปิดตรงๆ เหมือน Windows 7 แต่ทำได้ผ่าน Services ครับ:
- กด Windows + R พิมพ์
services.mscแล้วกด Enter - หา Windows Update ในรายการ (เรียงตามตัวอักษร)
- ดับเบิ้ลคลิก แล้วเปลี่ยน Startup type เป็น Disabled
- กดปุ่ม Stop เพื่อหยุดทันที
- กด OK
หมายเหตุ: Windows 10 อาจเปิด Service กลับมาเองในบางกรณี ถ้าเจอแบบนี้ให้ทำซ้ำอีกครั้งครับ
วิธีที่ 3: ปิด Windows Update ใน Windows 11
Windows 11 มีวิธีเหมือน Windows 10 ครับ แต่เพิ่มอีกทางเลือก คือหยุดชั่วคราว:
- ไปที่ Settings → Windows Update
- กด Pause updates เลือกระยะเวลาที่ต้องการ (สูงสุด 5 สัปดาห์)
ถ้าจะปิดถาวร ให้ใช้วิธี Services เหมือน Windows 10 ครับ
เปรียบเทียบวิธีปิด Update แต่ละเวอร์ชัน
| วิธี | Windows 7 | Windows 10 | Windows 11 |
|---|---|---|---|
| Control Panel | ✅ ง่ายมาก | ❌ ไม่มีตัวเลือก | ❌ ไม่มีตัวเลือก |
| Services (Disabled) | ✅ ได้ | ✅ วิธีหลัก | ✅ วิธีหลัก |
| Pause Updates | ❌ ไม่มี | ✅ หยุดชั่วคราว 35 วัน | ✅ หยุดชั่วคราว 35 วัน |
| ความยากง่าย | ง่าย | ปานกลาง | ปานกลาง |
ปิดแล้ว อยากเปิดกลับมาได้ไหม?
ได้ครับ 100% ทุกวิธีที่บอกไปสามารถกลับมาเปิดใหม่ได้ทั้งหมด:
- Windows 7: กลับไป Control Panel → Windows Update → Change settings → เลือก Install updates automatically
- Windows 10/11: กลับไป Services → Windows Update → เปลี่ยน Startup type เป็น Automatic แล้วกด Start
ผมแนะนำว่า ถ้าปิดไว้ ก็ควรเปิดมาอัพเดทสักเดือนละครั้ง เลือกวันที่ว่างๆ ไม่ต้องรีบปิดเครื่องครับ
ทางเลือกอื่นนอกจากปิด Update
ถ้าไม่อยากปิดถาวร ลองวิธีนี้ดูครับ:
| ทางเลือก | วิธีทำ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ตั้งเวลาอัพเดท | Settings → Windows Update → Active hours | คนทำงานเวลาแน่นอน |
| ใช้ Metered Connection | Settings → Network → Metered connection | ใช้เน็ตมือถือ hotspot |
| Pause Updates | Settings → Pause updates | ต้องการหยุดชั่วคราว |
| เลือก Update ด้วยตนเอง | ปิด Auto แล้วกดอัพเดทเอง | คนชอบควบคุมเอง |
เรื่องที่ลูกค้าถามบ่อย
“ปิด Update แล้วจะโดนไวรัสไหม?”
ก็มีความเสี่ยงเพิ่มครับ แต่ถ้าใช้ Antivirus ดีๆ + ไม่เข้าเว็บแปลกๆ + ไม่เปิดไฟล์จากอีเมลที่ไม่รู้จัก ก็ปลอดภัยในระดับหนึ่ง ผมเจอลูกค้าปิด Update มาหลายปี ไม่เคยมีปัญหา เพราะเขาระวังตัวดี
“Windows 7 ยังใช้ได้อยู่ไหม?”
Microsoft หยุด support Windows 7 ตั้งแต่ปี 2020 ครับ ไม่มี Security Update ให้แล้ว ถ้าเครื่องสเปคพอ ผมแนะนำอัพเกรดเป็น Windows 10 หรือ 11 ดีกว่าครับ แต่ถ้าเครื่องเก่าจริงๆ สเปคไม่พอ ก็ใช้ Windows 7 ต่อได้ แค่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น
“กดปิดเครื่องดื้อๆ ตอนกำลังอัพเดท อันตรายไหม?”
อันตรายมากครับ ผมเจอเคสแบบนี้เดือนละ 2-3 ราย เครื่องอาจเปิดไม่ขึ้น วนรีสตาร์ท หรือ Windows เสียหายจนต้องลงใหม่ ถ้าเจอว่ากำลังอัพเดทอยู่ รอให้จบครับ ถึงจะนานแค่ไหนก็ต้องรอ
ประสบการณ์ช่างคอม: เรื่องจริงจากหน้าร้าน
ผมเจอเคสที่น่าสนใจเยอะครับ เรื่องนี้:
- ลูกค้าออฟฟิศ: จะปิดเครื่องกลับบ้าน Windows อัพเดทรอ 45 นาที กลัวทิ้งไว้ไฟไหม้ สุดท้ายกดปิดดื้อๆ วันรุ่งขึ้นเครื่องเข้า Windows ไม่ได้ ต้องลงใหม่
- ลูกค้าร้านค้า: ใช้คอมคิดเงิน Windows Update ดึงเน็ตจนระบบช้ามาก ขายของไม่ได้ครึ่งวัน ปิด Update แล้วทุกอย่างกลับมาปกติ
- ลูกค้าผู้สูงอายุ: ไม่รู้ว่าหน้าจอที่ขึ้นมาคืออะไร กลัวไวรัส โทรมาตกใจ พอผมอธิบายว่าแค่อัพเดทก็โล่งใจ
สรุป
| ขั้นตอน | Windows 7 | Windows 10/11 |
|---|---|---|
| เข้าที่ไหน | Control Panel → Windows Update | Services → Windows Update |
| ตั้งค่าอะไร | Never check for updates | Startup type: Disabled |
| เปิดกลับ | Install updates automatically | Startup type: Automatic |
| ความยาก | ง่ายมาก | ง่าย (แค่รู้วิธี) |
คำแนะนำสุดท้าย: ไม่ว่าจะปิดหรือเปิด Update สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากดปิดเครื่องดื้อๆ ระหว่างที่ Windows กำลังอัพเดท ถ้ารำคาญเรื่องนี้จริงๆ ปิด Auto Update แล้วเลือกอัพเดทด้วยตัวเองในวันที่ว่างจะดีที่สุดครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
คอมเปิดไม่ติด จอดำ สาเหตุและวิธีแก้ครบทุกกรณี จากช่างคอม
คอมเปิดไม่ติด จอดำ ไม่มีภาพอะไรเลย สาเหตุมาจากอะไร? รวมวิธีแก้ครบทุกกรณี ตั้งแต่ไฟไม่เข้า RAM เสีย GPU มีปัญหา สายจอหลุด จนถึงจอเสีย พร้อมวิธีวิเคราะห์จากช่างซ่อมคอม
คอมเปิดไม่ติด พัดลมหมุน แต่ไม่ขึ้นจอ แก้ยังไง?
คอมเปิดแล้วพัดลมหมุน ไฟติด แต่จอดำไม่ขึ้นภาพอะไรเลย สาเหตุหลักมาจาก RAM GPU สายจอ และเมนบอร์ด พร้อมวิธีแก้ไขทีละขั้นตอนจากช่างซ่อมคอม
คอมเปิดไม่ติด แต่ไฟเข้า ไฟติดแต่ไม่ Boot แก้ยังไง?
คอมเปิดไม่ติด แต่ไฟเข้า ไฟ LED ติด พัดลมอาจหมุน แต่ไม่เข้า BIOS ไม่เข้า Windows เลย สาเหตุและวิธีแก้ไข POST failed เมนบอร์ดเสียบางส่วน CPU มีปัญหา จากช่างซ่อมคอม