วิธีเปิดโหมดตามหามือถือหาย ตั้งค่า Find My Device ป้องกันก่อนมือถือหาย
มือถือหายแต่หาไม่ได้ เพราะยังไม่เคยเปิดฟีเจอร์นี้
จากประสบการณ์ผมเป็นช่างคอมมา 11 ปีกว่า ลูกค้าที่โทรมาบอกว่า “มือถือหาย ทำยังไงดี” ผมเจอเยอะมากครับ แต่พอถามว่าเปิด Find My Device ไว้หรือเปล่า… ส่วนใหญ่คำตอบคือ “ไม่รู้จักเลย”
ปัญหาคือ ถ้าไม่ได้ตั้งค่าเมนู “หาอุปกรณ์ของฉัน” (Find My Device) ไว้ล่วงหน้า พอมือถือหายจริงจะ ไม่สามารถตามหาได้เลยครับ ไม่ว่าจะส่งเสียง ล็อกเครื่อง หรือลบข้อมูลทางไกล อะไรก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น
สำคัญมาก: บทความนี้คือการ ตั้งค่าเตรียมไว้ก่อน ครับ ทำตอนนี้เลยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่ถ้ามือถือหายแล้วจะมาทำทีหลังไม่ได้
สิ่งที่ต้องเตรียม
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| มือถือ Android | ใช้ได้ทุกยี่ห้อ Samsung, OPPO, Vivo, Xiaomi, Realme ฯลฯ |
| Google Account | ต้อง Login Gmail ไว้ในเครื่อง |
| อินเทอร์เน็ต | เปิด Wi-Fi หรือ 4G/5G |
| GPS / Location | ควรเปิดไว้ เพื่อให้ระบุตำแหน่งได้ |
วิธีเปิด Find My Device ทีละขั้นตอน
ขั้นที่ 1 — เข้าไปที่ “การตั้งค่า” (Settings)
เปิดแอปฟันเฟือง “การตั้งค่า” บนมือถือครับ โทรศัพท์บางรุ่นอาจมีไอคอนต่างกันเล็กน้อย แต่ชื่อจะเหมือนกัน

เครื่องรุ่นใหม่ (Android 10 ขึ้นไป): ไปที่ Settings > Google > Find My Device ได้เลยครับ ข้ามไปขั้นที่ 5 ได้
ขั้นที่ 2 — หาแอป “การตั้งค่า Google”
บางเครื่องจะแยกเป็นแอปอีกตัวชื่อ “การตั้งค่า Google” หรือ “Google Settings” ให้กดเข้าไปครับ

ขั้นที่ 3 — เข้าสู่หน้าการตั้งค่า Google
พอเข้ามาจะเห็นเมนูของ Google ทั้งหมด มีหลายรายการครับ ให้มองหาคำว่า “ความปลอดภัย” หรือ “Security”

ขั้นที่ 4 — เข้าเมนู “ความปลอดภัย” (Security)
กดเข้าไปที่เมนู “ความปลอดภัย” ครับ ด้านในจะมีตัวเลือกเกี่ยวกับการป้องกันเครื่อง รวมถึง Find My Device

ขั้นที่ 5 — กดเข้า “หาอุปกรณ์ของฉัน” (Find My Device)
เมนูนี้แหละครับตัวเอก ให้กดเข้าไป

ขั้นที่ 6 — เปิดสวิตช์ให้เป็น “เปิด” (สำคัญที่สุด!)
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ ต้องเปิดสวิตช์ให้เป็นสีเขียว หรือติ๊กเครื่องหมายถูกครับ
ถ้าไม่ได้เปิดตรงนี้ไว้ ระบบจะหาเครื่องเราไม่เจอเลยครับ ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม

ผมเจอลูกค้าหลายรายที่มือถือหายแล้วมาบอกว่าหาไม่ได้ พอเช็คดูปรากฏว่าไม่ได้เปิดตรงนี้ไว้เลยครับ เสียดายมาก
ขั้นที่ 7 — กดย้อนกลับออกมา เป็นอันเสร็จ
กดปุ่มย้อนกลับออกจากทุกหน้า ระบบจะบันทึกอัตโนมัติครับ ไม่ต้องกดยืนยันอะไรเพิ่ม
สิ่งที่ควรเปิดเพิ่มเพื่อให้ตามหาได้ดีขึ้น
นอกจากเปิด Find My Device แล้ว ผมแนะนำให้เปิดสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยครับ:
| ฟีเจอร์ | ทำไมต้องเปิด | วิธีเปิด |
|---|---|---|
| GPS / Location | ให้ระบุตำแหน่งมือถือได้ | Settings > Location > เปิด |
| Wi-Fi / Mobile Data | ให้มือถือรับคำสั่งจากเราได้ | ไม่ควรปิดอินเทอร์เน็ตทั้งหมด |
| Google Account | ใช้ยืนยันตัวตน | ล็อกอิน Gmail ไว้ในเครื่อง |
เปิด Find My Device แล้ว ทำอะไรได้บ้าง?
พอตั้งค่าเสร็จแล้ว ถ้ามือถือหาย เราจะสามารถ:
- สั่งให้มือถือดังขึ้น แม้จะปิดเสียงหรือตั้งโหมดสั่นไว้ก็ดังได้ 5 นาทีเต็ม
- ดูตำแหน่งบนแผนที่ รู้ว่ามือถืออยู่ตรงไหน (ต้องเปิด GPS ไว้)
- ล็อกเครื่อง + ส่งข้อความ ใส่เบอร์ติดต่อกลับให้คนเก็บได้เห็น
- สั่งลบข้อมูลทั้งหมด ถ้ากลัวข้อมูลหลุด ลบทางไกลได้เลย เหมือนเครื่องใหม่
วิธีการตามหามือถือแบบละเอียด ผมเขียนไว้ในอีกบทความครับ อ่านต่อได้ที่ ตามหามือถือหาย ลืมทิ้งไว้ จำไม่ได้วางไว้ที่ไหน หาได้ไม่ยาก
จากประสบการณ์ช่างคอม — เรื่องมือถือหายที่เจอบ่อย
-
ลูกค้าลืมมือถือไว้ในร้านอาหาร กลับมาเปิด Find My Device หาเจอภายใน 10 นาที เพราะมือถือยังอยู่ที่เดิม ดีที่ตั้งค่าไว้แล้ว
-
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัด มือถือตกจากโต๊ะ หล่นลงไปใต้กองผ้า สั่งให้เครื่องดังก็เจอเลยครับ แม้จะตั้งโหมดเงียบไว้
-
ลูกค้าโดนขโมยมือถือ กรณีนี้ผมแนะนำให้ จดหมายเลข IMEI ไว้ก่อน แล้วแจ้งความครับ ระบบ Find My Device จะบอกตำแหน่งล่าสุดให้ได้
-
ลูกวางมือถือไว้ในบ้านแต่หาไม่เจอ เรื่องนี้เจอบ่อยสุดเลยครับ สั่งให้มือถือดังจากคอม หรือจากมือถืออีกเครื่อง ก็หาเจอ
-
มือถือหายแต่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ อันนี้น่าเสียดายที่สุดครับ ทำอะไรไม่ได้เลย เลยอยากเตือนทุกคนให้ตั้งค่าตั้งแต่วันนี้
เช็คว่ามือถือเปิด Find My Device ไว้แล้วหรือยัง
ถ้าไม่แน่ใจว่าตั้งค่าไว้แล้วหรือยัง ลองเข้าเว็บนี้จากคอมหรือมือถือเครื่องอื่นครับ:
- ไปที่ google.com/android/find
- ล็อกอินด้วย Gmail เดียวกับที่ใช้ในมือถือ
- ถ้าเห็นมือถือเราขึ้นมา = ตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว
- ถ้าไม่ขึ้น = ยังไม่ได้เปิด ต้องกลับไปทำตามขั้นตอนด้านบน
สำหรับ iPhone ทำได้ไหม?
บทความนี้เน้น Android ครับ แต่ถ้าใช้ iPhone ก็มีฟีเจอร์คล้ายกันชื่อ “Find My iPhone” ไปเปิดที่ Settings > Apple ID > Find My ได้เลย หลักการเดียวกันครับ
สรุป — ทำวันนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| 1 | เข้า Settings > Google > Find My Device |
| 2 | เปิดสวิตช์ให้เป็น “เปิด” |
| 3 | เปิด GPS และ อินเทอร์เน็ต ไว้ด้วย |
| 4 | ทดสอบที่ google.com/android/find |
- ตั้งค่าง่าย ทำครั้งเดียวใช้ได้ตลอด
- ป้องกันเรื่องมือถือหาย ข้อมูลหลุด ไว้ล่วงหน้า
- ไม่ใช่แค่ตามหามือถือ ยังใช้ดูตำแหน่งลูก หรือคนในครอบครัวได้ด้วยครับ (ถ้าเขายินยอม)
ผมแนะนำเลยครับ ทำตอนนี้เลย อย่ารอให้มือถือหายก่อน
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เข้าเฟซไม่ได้ ขึ้นเซสชั่นหมดอายุแล้ว โปรดเข้าสู่ระบบอีกครั้ง แก้ยังไง
เข้า Facebook ไม่ได้ ขึ้นเซสชั่นหมดอายุ ไม่ต้องตกใจ! อธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้น วิธีแก้ไข และวิธีป้องกันไม่ให้เจอปัญหานี้อีก พร้อมเทคนิคจากช่างคอม
เฟสล่ม เข้าไม่ได้ คนไทยไปสิงที่ไหน? รวมแอปทดแทนเมื่อ Facebook Down
เมื่อ Facebook ล่ม เข้าไม่ได้ คนไทยย้ายไปใช้แอปไหนกันบ้าง? รวมแอปทดแทน Facebook พร้อมวิธีเช็คว่า Facebook ล่มจริงไหม และวิธีรับมือเมื่อ Social Media ล่ม
Vivo โทรไลน์ได้แต่ไม่ได้ยินเสียง แก้ยังไง วิธีที่ได้ผลจริง
วิธีแก้ปัญหา Vivo โทรไลน์ได้แต่ไม่ได้ยินเสียง ปลายสายไม่ได้ยินเราพูด แก้ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ์ไมค์ ปิดอัปเดตอัตโนมัติ จนถึงลง LINE เวอร์ชันที่ใช้ได้ พร้อมวิธีสำรองแชท