สอนแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์

ไฟกระชาก ไฟตก คืออะไร ป้องกันคอมพัง ยังไงได้บ้าง

ไฟกระชาก ไฟตก คืออะไร ป้องกันคอมพัง ยังไงได้บ้าง

ลูกค้าเดินมาหาผมพร้อมซีพียูที่หน้าตาปกติดี แต่เปิดเครื่องไม่ติดเลย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น — “เมื่อคืนฝนตกหนัก ฟ้าผ่าใกล้ๆ แล้วไฟดับ พอไฟมาเปิดเครื่องไม่ขึ้นเลยครับ”

ผมเปิดเคส เจอ PSU ไหม้ เมนบอร์ดดำ ฮาร์ดดิสก์ก็พลอยพังไปด้วย ค่าซ่อมทั้งหมดเกิน 8,000 บาท ทั้งที่ถ้ามีอุปกรณ์ป้องกันไฟราคาไม่กี่ร้อย เรื่องนี้ไม่ต้องเกิดเลย

ผมซ่อมคอมมากว่า 20 ปี เจอเคสแบบนี้บ่อยมาก บทความนี้เลยอยากอธิบายให้เข้าใจจริงๆ ว่าไฟกระชากกับไฟตกคืออะไร มันทำลายคอมยังไง และวิธีป้องกันทำได้ง่ายกว่าที่คิดครับ


ไฟกระชาก vs ไฟตก ต่างกันยังไง?

คนมักเรียกรวมๆ ว่า “ไฟไม่ดี” แต่จริงๆ มันคนละเรื่องกัน และทำลายคอมคนละแบบด้วย

ไฟกระชาก (Power Surge / Voltage Spike)

คือแรงดันไฟฟ้าที่ พุ่งสูงกว่าปกติกะทันหัน ไฟบ้านบ้านเราอยู่ที่ 220V เมื่อมีไฟกระชาก แรงดันอาจพุ่งไปถึง 400-1,000V หรือมากกว่าในเสี้ยววินาที

อุปมาง่ายๆ — เหมือนน้ำในท่อที่ปกติไหลเบาๆ แล้วมีใครปล่อยน้ำทีเดียวปริมาณมาก แรงดันที่พุ่งขึ้นมานั้นทำให้ท่อแตกได้ทันที

ผลกระทบ: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ทนแรงดันได้แค่ระดับนึง เมื่อโดนไฟพุ่งเข้าไป ก็ “ไหม้” หรือ “ทะลุ” ทันที บางทีมีกลิ่นไหม้ บางทีไม่มีเลยแต่ก็พังเหมือนกัน

ไฟตก (Voltage Drop / Brownout)

คือแรงดันไฟฟ้าที่ ลดลงต่ำกว่าปกติ เช่น แทนที่จะได้ 220V กลับได้แค่ 170-190V

ฟังดูเหมือนไม่อันตรายเท่า แต่จริงๆ ไฟตกบ่อยๆ ก็ทำให้คอมเสียหายได้ครับ เพราะ PSU ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงไฟให้เพียงพอ อายุการใช้งานสั้นลง และถ้าไฟตกแล้วกลับมา (ไฟดับแล้วติด) จะมีไฟกระชากช่วงสั้นๆ ตามมาเสมอ

ไฟกระชากไฟตก
แรงดันสูงกว่า 220V ทันทีต่ำกว่า 220V ต่อเนื่อง
ระยะเวลาเสี้ยววินาที–วินาทีวินาที–นาที
ความเสียหายไหม้ทันทีสะสมระยะยาว
สาเหตุหลักฟ้าผ่า, ไฟดับแล้วติดช่วงพีคโหลด, สายไฟเก่า

สาเหตุของไฟกระชากที่เจอบ่อย

1. ฟ้าผ่า — อันตรายที่สุด

ฟ้าผ่าลงสายไฟหรือผ่าใกล้ๆ สามารถส่งแรงดันหลักหมื่นโวลต์เข้ามาในวงจรไฟบ้านได้ ไม่มีอุปกรณ์ราคาถูกชิ้นไหนป้องกันได้ 100% แต่ UPS และ AVR ดีๆ จะช่วยลดความเสียหายได้มากครับ

ช่วงฤดูฝนในไทย โดยเฉพาะภาคกลางและอีสาน ฟ้าผ่าบ่อย ถ้าเริ่มมีฝนฟ้าคะนอง ผมแนะนำให้ ดึงปลั๊กออกจากผนังเลย ปลอดภัยที่สุด

2. เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เปิด–ปิด

แอร์, ตู้เย็น, ปั๊มน้ำ, เตารีด — เครื่องที่มีมอเตอร์ขนาดใหญ่เมื่อเปิดหรือปิด จะดูดไฟ “ฮวบ” ทำให้วงจรไฟที่เหลือในบ้านเกิดแรงดันแกว่ง

บ้านที่เต้ารับคอมอยู่วงจรเดียวกับแอร์หรือตู้เย็น มักเจอปัญหานี้บ่อยครับ ถ้าสังเกตว่าไฟในบ้านหรี่ทุกครั้งที่แอร์เปิด แสดงว่าไฟบ้านคุณมีปัญหาแน่นอน

3. ไฟดับแล้วกลับมา (Power Restoration)

นี่คือสาเหตุที่คนมักมองข้ามมากที่สุด ตอนไฟดับทุกคนรู้ว่าอันตราย แต่ตอน ไฟกลับมา ก็อันตรายเหมือนกัน

เมื่อไฟกลับมาหลังดับ แรงดันในสายไฟจะไม่ขึ้นมาเรียบๆ — มันพุ่งขึ้นก่อนแล้วค่อยลงมาที่ระดับปกติ ถ้าคอมเสียบปลั๊กอยู่และไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ไฟกระชากช่วงสั้นๆ นั้นก็พอทำลาย PSU ได้แล้วครับ


ชิ้นส่วนคอมที่เสียหายก่อนเพื่อน

จากประสบการณ์ซ่อมมาหลายร้อยเครื่อง ชิ้นส่วนที่พังจากไฟกระชากมักเป็นแบบนี้ครับ:

PSU (Power Supply Unit) — รับกรรมก่อน

PSU คือด่านแรกที่รับไฟจากผนัง มันถูกออกแบบมาให้ “รับแรงดันแกว่ง” ได้ในระดับนึง แต่ถ้าไฟกระชากแรงพอ PSU ก็ไหม้ก่อนเลย

ในแง่นึงมันดีครับ เพราะ PSU ไหม้ก็แค่ต้องเปลี่ยน PSU แต่ถ้า PSU ไม่ไหม้ ไฟที่เหลืออาจลามไปชิ้นส่วนอื่น

เมนบอร์ด (Mainboard) — เสียหายตามมา

ถ้า PSU ไม่สามารถรับไว้ได้ทัน ไฟกระชากจะเข้าสู่เมนบอร์ดผ่านขั้วต่อไฟ วงจรควบคุมแรงดัน (VRM) และชิปต่างๆ บนเมนบอร์ดจะไหม้ บางทีเห็นรอยดำ บางทีไม่เห็นแต่เมนบอร์ดก็ตายแล้ว

เมนบอร์ดเสียหายจาก ไฟกระชากเป็นความเสียหายที่ซ่อมไม่คุ้ม ส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผง

HDD และ SSD — ข้อมูลหายพร้อมกัน

ฮาร์ดดิสก์และ SSD ก็ได้รับไฟจากเมนบอร์ดและ PSU เช่นกัน ถ้าไฟกระชากแรงพอ อาจทำให้วงจรควบคุมของ HDD ไหม้ หรือ NAND บน SSD เสียหาย ที่แย่คือ ข้อมูลข้างในมักเสียไปด้วยครับ


วิธีป้องกัน 3 ระดับ

ผมแบ่งตามงบประมาณและความจำเป็น ไม่ต้องทำทุกอย่างก็ได้ แต่ยิ่งทำครบยิ่งดี


ระดับ 1: ปลั๊กกรองไฟ (Surge Protector) — งบ 200–600 บาท

ปลั๊กกรองไฟที่ ดีจริง (ไม่ใช่ปลั๊กธรรมดาที่แค่มีสวิตช์) จะมีวงจร MOV (Metal Oxide Varistor) อยู่ข้างใน ทำหน้าที่ “เบี่ยง” ไฟกระชากออกไปเป็นความร้อนแทน ไม่ให้เข้าถึงอุปกรณ์

ช่วยได้จริงไหม?

ช่วยได้ระดับนึงครับ โดยเฉพาะไฟกระชากเล็กน้อยจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน แต่ถ้าฟ้าผ่าโดยตรง MOV จะ “ยอมพัง” แทนอุปกรณ์ภายในก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ป้องกันแล้ว

ข้อควรระวัง: ปลั๊กกรองไฟบางรุ่นไม่มีไฟแสดงว่า MOV ยังทำงานอยู่ไหม ถ้าเคยโดนไฟกระชากหนักๆ มาแล้ว ควรเปลี่ยนปลั๊กใหม่เสมอ แม้ปลั๊กจะดูปกติข้างนอก

เหมาะกับ: ใช้คอมเบาๆ ไฟบ้านค่อนข้างเสถียร งบน้อย


ระดับ 2: AVR (Automatic Voltage Regulator) — งบ 600–2,000 บาท

AVR ทำหน้าที่ ปรับแรงดันไฟให้คงที่ ตลอดเวลา ถ้าไฟบ้านตกลงมาที่ 180V เครื่อง AVR ก็จะดัน output ออกมาที่ 220V ให้คอมรับไฟที่สม่ำเสมอตลอด

AVR มีประโยชน์มากสำหรับบ้านที่ ไฟไม่เสถียร — ไฟหรี่บ่อย แสงไฟกะพริบเล็กน้อย หรืออยู่ปลายสาย

แต่ AVR ไม่มีแบตเตอรี่ — ถ้าไฟดับ คอมก็ดับทันทีเหมือนเดิม แค่ช่วยเรื่องแรงดันแกว่งเท่านั้น

เหมาะกับ: บ้านที่ไฟบ้านไม่เสถียร ไฟหรี่บ่อย มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหนักๆ ในบ้าน


ระดับ 3: UPS (Uninterruptible Power Supply) — งบ 1,500–5,000 บาท ขึ้นไป

นี่คืออุปกรณ์ที่คุ้มค่าที่สุดครับ UPS มีทั้งแบตเตอรี่สำรองไฟ + วงจรกรองไฟกระชาก + ปรับแรงดัน ทำงานสามอย่างในเครื่องเดียว

เวลาไฟดับ UPS จะจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ทันทีโดยที่คอมไม่รู้สึกเลย มีเวลา 5–30 นาที (ขึ้นกับขนาด UPS และความกินไฟของคอม) เพื่อ Save งานและ Shutdown อย่างถูกวิธี

ผมเห็นคอมหลายร้อยเครื่องที่รอดชีวิตมาได้เพราะมี UPS คุ้มค่ากว่าค่าซ่อมเมนบอร์ดใบเดียวมากครับ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรซื้อรุ่นไหน อ่าน คู่มือเลือกซื้อ UPS ฉบับครบจบ ก่อนได้เลย

เหมาะกับ: ทุกคนที่ใช้คอมทำงานจริงจัง ไม่อยากเสียข้อมูล ไม่อยากซ่อมบ่อย

UPS ที่ผมแนะนำมี 3 ระดับงบ เลือกตามการใช้งาน:

งบประหยัด (คอมทั่วไป, โน้ตบุ๊ค)

CyberPower UPS BU650E-AS 360W สำรองไฟ
~฿1,309

งบกลาง (คอมตั้งโต๊ะ ไม่มีการ์ดจอ)

APC Easy UPS BV800I-MST 800VA/480W
~฿2,080

งบสูง (คอมเกมมิ่ง มีการ์ดจอ หรือต้องการสำรองนาน)

CyberPower UPS UT1500EG 1500VA/900W
~฿3,890

ต้องซื้อ UPS ขนาดไหน — คำนวณง่ายๆ

คนส่วนใหญ่สับสนเรื่อง VA (Volt-Ampere) vs Watt — ผมอธิบายสั้นๆ ครับ

VA = ขนาดของ UPS ที่ระบุบนกล่อง เช่น 650VA, 1000VA Watt = กำลังไฟจริงที่อุปกรณ์ใช้

สูตรง่ายๆ ที่ผมใช้:

VA ที่ต้องการ = Watt ของอุปกรณ์ทั้งหมด × 1.6

เหตุผลที่คูณ 1.6 เพราะ UPS มี Power Factor อยู่ที่ประมาณ 0.6–0.7 ตัวเลขนี้ใช้ได้ทั่วไปครับ

ตัวอย่างการคำนวณ

อุปกรณ์ประมาณ Watt
คอมตั้งโต๊ะ (ไม่มีการ์ดจอแรง)150–250W
คอมตั้งโต๊ะ (มีการ์ดจอ)300–500W
จอมอนิเตอร์ 24”20–35W
โน้ตบุ๊ค60–100W

ตัวอย่าง: คอมตั้งโต๊ะปกติ 200W + จอ 30W = 230W × 1.6 = 368VA → ซื้อ UPS 650VA พอครับ มีเผื่อไว้ด้วย

สำหรับคอมทำงานทั่วไปในบ้าน ผม recommend ขนาด 650VA–1000VA ไว้ก่อน ให้แบตฯ อยู่ได้ 10–20 นาที เพียงพอที่จะ save งานและ shutdown ครับ

ถ้าอยากได้เวลาสำรองไฟนานขึ้น ก็เลือกขนาด VA ใหญ่ขึ้น แต่ราคาก็สูงขึ้นตามด้วย


สัญญาณเตือนว่าไฟบ้านมีปัญหา

ก่อนที่คอมจะพัง มักมีสัญญาณเตือนให้สังเกตครับ:

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม:

  • ไฟหรี่เมื่อแอร์หรือตู้เย็นเปิด — วงจรไฟในบ้านรับโหลดไม่ไหว
  • หลอดไฟในบ้านกะพริบเล็กน้อยเป็นครั้งคราว — แรงดันไม่คงที่
  • คอมรีสตาร์ทเองโดยไม่มีเหตุผล อาจเป็นเพราะไฟตกช่วงสั้นๆ จน PSU จ่ายไฟไม่พอ
  • PSU ส่งเสียงดังผิดปกติ โดยเฉพาะตอนเปิดเครื่องหรือโหลดหนัก — สัญญาณว่า PSU กำลังทำงานหนักเกิน
  • ไฟในบ้านดับบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิน 2–3 ครั้งต่อเดือน

ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้รีบหาอุปกรณ์ป้องกันก่อนที่คอมจะพัง ดีกว่ารอให้เกิดเหตุก่อนครับ


สรุป: ลงทุนป้องกันคุ้มกว่าซ่อม

ผมเจอลูกค้าหลายคนที่เสียดายภายหลัง เพราะคิดว่าซื้อ UPS แพงไป แต่พอคอมพังจากไฟกระชากแล้ว ค่าซ่อมหรือซื้อชิ้นส่วนใหม่แพงกว่า UPS ดีๆ หลายเท่า

ผมสรุปให้เลยครับ:

ใช้คอมทำงานจริงจัง มีข้อมูลสำคัญ → ซื้อ UPS เลย อย่าคิดมาก

ไฟบ้านไม่เสถียร ไฟหรี่บ่อย แต่ยังไม่อยากลงทุน UPS → AVR ก่อน ดีกว่าไม่มีอะไร

ไฟบ้านเสถียรดี แค่อยากมีป้องกันขั้นต้น → ปลั๊กกรองไฟที่มีวงจร MOV

ถ้าสรุปง่ายๆ: PSU ราคา 1,500 บาท + เมนบอร์ดราคา 3,000–8,000 บาท เทียบกับ UPS ราคา 1,500–2,000 บาท ตัวเลขมันบอกอยู่แล้วครับว่าคุ้มแค่ไหน

ลงทุนป้องกันวันนี้ ดีกว่าเสียใจทีหลังครับ และถ้า UPS ที่บ้านใช้มานานแล้วแบตเริ่มเสื่อม อ่าน วิธีสังเกตแบตเตอรี่ UPS ที่กำลังเสีย ไว้ด้วยนะครับ

ปลั๊กกรองไฟมาตรฐาน มอก. เป็นขั้นต้นที่ควรมีในทุกบ้าน สำหรับตัวเลือกปลั๊กที่ดีคุณภาพสูง ดูเพิ่มเติมที่ ปลั๊กกรองไฟยี่ห้อไหนดี 2026:

Anitech ปลั๊กไฟ H433-PRO มอก. 3 ช่อง สาย 3 เมตร
~฿339

แชร์บทความนี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย) - ช่างคอมพิวเตอร์

เขียนโดย

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)

ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง

ดูวิดีโอบน YouTube