รู้หรือไม่? ไอที

วิธีตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย ง่ายๆ ในคลิกเดียว ด้วย Google Chrome Password Manager

อ่าน 4 นาที โยโยคอมพิวเตอร์
วิธีตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย ง่ายๆ ในคลิกเดียว ด้วย Google Chrome Password Manager

ปวดหัวกับการตั้งรหัสผ่านทุกครั้งไหม?

เคยไหมครับ? ทุกครั้งที่สมัครสมาชิกเว็บใหม่ ต้องมานั่งคิดว่า:

  • จะตั้งรหัสอะไรดี?
  • รหัสจะไปซ้ำกับเว็บอื่นไหม?
  • ตั้งง่ายแบบนี้ ใครๆ ก็เดาได้สิ
  • กลัวว่าจะตรงกับรหัสที่แฮกเกอร์มีอยู่ใน List
  • สุดท้าย… ตั้งไปแล้วจะจำได้ไหม?

ปัญหาเยอะมากเลยครับ แค่ตั้งรหัสผ่านอย่างเดียว ปวดหัวกันเลยทีเดียว

จากประสบการณ์ซ่อมคอมกว่า 11 ปี ผมเจอลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องรหัสผ่านบ่อยมากครับ ทั้ง จำไม่ได้ ทั้ง ตั้งง่ายเกินจนโดนแฮก ทั้ง ใช้รหัสเดียวกันทุกเว็บ วันนี้ผมจะมาแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่ายครับ


วิธีตั้งรหัสผ่านแบบ 1 คลิก ด้วย Google Chrome

ดูคลิปประกอบได้ที่ช่อง โยโยคอมพิวเตอร์ ทาง Youtube ครับ

https://www.youtube.com/watch?v=KRfMgiqKaLw

Google Chrome มีฟีเจอร์ Password Manager ในตัวที่ช่วยสร้างรหัสผ่านให้แบบอัตโนมัติ แข็งแรง ปลอดภัย แถมยังจำให้ด้วย ไม่ต้องจำเองเลยครับ

ขั้นตอนที่ 1 — เข้าหน้าสมัครสมาชิก

เวลาเราเข้าหน้าสมัครสมาชิกของเว็บไหนก็ตาม จะเจอฟอร์มให้กรอกรหัสผ่านแบบนี้ครับ

หน้าตาฟอร์มตั้งรหัสผ่าน ที่เจอทุกเว็บ

ขั้นตอนที่ 2 — มองหา “แนะนำรหัสผ่านที่รัดกุม”

พอเราคลิกที่ช่อง Password จะสังเกตเห็นข้อความ “แนะนำรหัสผ่านที่รัดกุม” ขึ้นมาข้างล่างครับ

ถามจริงๆ เราเคยไปกดคลิกตรงนี้กันไหม? ผมสังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เคยกดเลยครับ ทั้งที่มันมีประโยชน์มาก

แนะนำรหัสผ่านที่รัดกุม ข้อความที่หลายคนมองข้าม

ขั้นตอนที่ 3 — กดเลือก “แนะนำรหัสผ่านที่รัดกุม”

พอกดแล้ว Chrome จะสร้างรหัสผ่านที่แข็งแรงให้ทันทีครับ

Chrome สร้างรหัสผ่านที่แข็งแรงให้อัตโนมัติ

ถ้าไม่เห็นข้อความ “แนะนำรหัสผ่านที่รัดกุม” ให้คลิกขวาที่เมาส์ในช่อง Password ครับ จะเห็นเมนู “แนะนำรหัสผ่าน…” ขึ้นมา ใช้งานได้เหมือนกัน

คลิกขวาเพื่อเรียกใช้แนะนำรหัสผ่าน


เพิ่มความแข็งแรงให้รหัสผ่าน

บางท่านอาจจะบอกว่า “รหัสที่ Chrome สร้างให้ มันยังไม่แข็งแรงพอเลยพี่” เพราะบางเว็บต้องการสัญลักษณ์พิเศษด้วย

รหัสผ่านที่ยังไม่แข็งแรงพอ ต้องเพิ่มสัญลักษณ์

วิธีทำให้แข็งแรงขึ้น

ผมแนะนำให้เพิ่มสัญลักษณ์พิเศษเข้าไปครับ เช่น !@#$% ต่อท้ายหรือแทรกในรหัสที่ Chrome สร้างให้

เปรียบเทียบรหัสผ่านจาก Google กับที่เพิ่มสัญลักษณ์

ฝั่งซ้ายคือรหัสที่ Google สร้างให้ ฝั่งขวาคือที่ผมเพิ่มสัญลักษณ์เข้าไป ตรงที่ขีดเส้นสีแดงคือส่วนที่พิมพ์เพิ่มครับ

“แล้วจะจำได้หรอพี่??” อ่านต่อครับ ไม่ต้องจำเองเลย

รหัสผ่านที่เพิ่มสัญลักษณ์แล้ว แข็งแรงมาก


ไม่ต้องจำรหัสผ่าน Chrome จำให้

ขั้นตอนที่ 4 — กดตกลง แล้วบันทึกรหัสผ่าน

พอตั้งรหัสเสร็จ กดตกลงได้เลยครับ

กดตกลงเพื่อบันทึกรหัสผ่าน

จากนั้น Chrome จะถามว่าต้องการ “อัพเดทรหัสผ่าน” ไหม ให้กดอัพเดทเลยครับ ระบบ Google จะจำรหัสไว้ให้กับเรา ไม่ต้องจำรหัสผ่านที่ตั้งไปเมื่อสักครู่เลย

กดอัพเดทรหัสผ่าน ให้ Chrome จำให้

ครั้งหน้าที่เข้าเว็บนี้ Chrome จะกรอกรหัสให้อัตโนมัติครับ สะดวกมาก


ทำไมต้องใช้ Password Manager?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงต้องใช้ Password Manager ตั้งรหัสเองก็ได้ ผมขออธิบายครับ:

ตั้งรหัสเองใช้ Password Manager
มักใช้รหัสเดียวกันทุกเว็บรหัสไม่ซ้ำกันทุกเว็บ
ตั้งรหัสง่ายๆ เพื่อจะจำได้สร้างรหัสที่ซับซ้อนมาก
ต้องจำเอง (จำไม่ไหว)Chrome จำให้ทั้งหมด
แฮกเกอร์เดาได้ง่ายอย่าว่าแต่เดา ให้จำยังยาก
โดนเว็บหนึ่ง โดนหมดทุกเว็บโดนเว็บหนึ่ง เว็บอื่นยังปลอดภัย

รหัสผ่านที่แฮกเกอร์เดาได้ง่ายที่สุด

จากประสบการณ์ของผม นี่คือรหัสผ่านที่ลูกค้าใช้บ่อย แต่แฮกเกอร์ก็รู้เหมือนกัน:

อันดับรหัสผ่านยอดฮิตทำไมถึงอันตราย
1123456แฮกเกอร์ลองก่อนเลย
2passwordง่ายเกินไป
3123456789แค่เลขเรียง
4qwertyตัวอักษรเรียงบนคีย์บอร์ด
5วันเดือนปีเกิดหาได้จาก Social Media
6ชื่อสัตว์เลี้ยงหาได้จาก Facebook
71234สั้นเกินไป
8ชื่อ + ปีเกิดเดาง่ายมาก

ผมเคยเจอลูกค้าที่ใช้รหัสผ่าน 123456 ทุกเว็บเลยครับ พอ โดนแฮกจากเว็บหนึ่ง แฮกเกอร์ก็เอารหัสนี้ไปลองเข้าเว็บอื่นได้หมด


กฎเหล็กการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

ถ้าไม่อยากใช้ Password Manager ก็ตั้งรหัสเองได้ครับ แต่ควรทำตามกฎเหล็กนี้:

1. ความยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร

  • ยิ่งยาวยิ่งดี ปลอดภัยมากขึ้น
  • รหัส 8 ตัวแฮกเกอร์ถอดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

2. ผสมตัวอักษรหลายแบบ

  • ตัวพิมพ์ใหญ่ (A-Z)
  • ตัวพิมพ์เล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
  • สัญลักษณ์พิเศษ (!@#$%^&*)

3. อย่าใช้ข้อมูลส่วนตัว

  • อย่าใช้ชื่อ วันเกิด เบอร์โทร
  • แฮกเกอร์หาข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายจาก Social Media

4. ไม่ซ้ำกันทุกเว็บ

  • อันนี้สำคัญมากครับ ถ้าโดนเว็บหนึ่ง จะได้ไม่กระทบเว็บอื่น

5. เปลี่ยนรหัสเป็นระยะ

  • อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อรู้ว่ามีข้อมูลรั่วไหล

เพิ่มความปลอดภัยด้วย Two-Factor Authentication (2FA)

นอกจากรหัสผ่านที่แข็งแรงแล้ว ผมแนะนำให้เปิดใช้ 2FA ด้วยครับ

2FA คืออะไร?

เวลา Login จะต้องใส่ข้อมูล 2 ชั้น:

  1. รหัสผ่าน (สิ่งที่เรารู้)
  2. รหัส OTP จากมือถือ (สิ่งที่เรามี)

ถึงแฮกเกอร์จะรู้รหัสผ่าน แต่ถ้าไม่มีมือถือเรา ก็เข้าบัญชีไม่ได้ครับ

บริการที่ควรเปิด 2FA

บริการวิธีเปิด
Google / Gmailตั้งค่า > ความปลอดภัย > การยืนยัน 2 ขั้นตอน
Facebookตั้งค่า > ความปลอดภัย > การตรวจสอบสิทธิ์ 2 ปัจจัย
LINEตั้งค่า > บัญชี > ยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน
ธนาคารออนไลน์ส่วนใหญ่เปิดให้อัตโนมัติแล้ว

สิ่งสำคัญ — อย่าลืมรหัสผ่าน Google

ผมต้องเน้นย้ำตรงนี้ครับ

อย่าลืมรหัสผ่านของ Google (Gmail) เด็ดขาด

เพราะถ้าลืมรหัส Google แล้ว รหัสผ่านทั้งหมดที่ Chrome จำไว้ให้ก็จบกันครับ เข้าถึงไม่ได้เลย

วิธีป้องกัน:

  1. ตั้งรหัสผ่าน Google ให้จำได้ — ใช้วิธีตั้งเป็นประโยค เช่น “ผม-ชอบ-กินข้าวผัด-2024!”
  2. ตั้งเบอร์โทรสำรอง — ไว้กู้คืนบัญชีเผื่อลืมรหัส
  3. ตั้งอีเมล์สำรอง — อีกทางหนึ่งในการกู้คืน
  4. เปิด 2FA — เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี Google

จากประสบการณ์ช่างคอม ปัญหาที่เจอบ่อย

  1. “พี่ช่วยดูให้หน่อย ลืมรหัสผ่านหมดเลย” — ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาหาผม มีปัญหาลืมรหัสผ่าน ถ้าใช้ Chrome Password Manager จะไม่มีปัญหานี้ครับ

  2. “ใช้รหัสเดียวกันทุกเว็บ เพราะกลัวจำไม่ได้” — เข้าใจครับ แต่วิธีนี้อันตรายมาก โดนเว็บหนึ่ง โดนหมดทุกเว็บ ลอง เช็คว่าอีเมล์โดนแฮกหรือเปล่า แล้วจะรู้ว่าอันตรายแค่ไหน

  3. “จดรหัสผ่านแปะหน้าจอ” — ผมเห็นมาเยอะครับ โดยเฉพาะตามออฟฟิศ ใครเดินผ่านก็เห็นรหัสหมด อย่าทำแบบนี้เด็ดขาด

  4. “ตั้งรหัสผ่านเป็นวันเกิด” — แฮกเกอร์หาวันเกิดเราจาก Facebook ได้ง่ายมากครับ อย่าใช้ข้อมูลส่วนตัวตั้งรหัส

  5. “โดนอีเมล์หลอกลวง ให้กรอกรหัสผ่าน” — ลูกค้าบางรายกรอกรหัสผ่านส่งไปให้มิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว อ่านเพิ่มเรื่อง วิธีสังเกตอีเมล์หลอกลวง ครับ


Password Manager ตัวอื่นที่น่าสนใจ

นอกจาก Google Chrome แล้ว ยังมี Password Manager อื่นๆ ที่ดีครับ:

ชื่อราคาจุดเด่น
Google Chrome (ในตัว)ฟรีใช้ง่าย ซิงค์กับ Android
Apple Keychainฟรีใช้ง่าย ซิงค์กับ iPhone/Mac
Bitwardenฟรี (มี Premium)Open Source ปลอดภัย
1Password$2.99/เดือนฟีเจอร์เยอะ ใช้ง่าย
LastPassฟรี (มี Premium)รองรับหลาย Browser

สำหรับคนทั่วไป ผมแนะนำ Google Chrome ครับ เพราะใช้ง่าย ฟรี แล้วก็ซิงค์กับมือถือ Android ได้เลย ส่วนคนที่ใช้ iPhone/Mac ก็ใช้ Apple Keychain ได้เลยครับ


สรุป — วิธีจัดการรหัสผ่านแบบมือโปร

สิ่งที่ต้องทำทำไมถึงสำคัญ
ใช้ Password Managerสร้างรหัสแข็งแรง + จำให้
ตั้งรหัสไม่ซ้ำกันทุกเว็บโดนเว็บหนึ่ง ไม่กระทบเว็บอื่น
เปิด 2FA ทุกบริการเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น
จำรหัส Google ให้ได้เข้าถึงรหัสอื่นๆ ทั้งหมด
เช็คข้อมูลรั่วไหลเป็นประจำรู้ทันปัญหาก่อนสายเกินไป

ลองเริ่มใช้ Password Manager ตั้งแต่วันนี้ครับ ไม่ยากเลย แค่คลิกเดียว Chrome ทำให้หมด

ถ้ามีปัญหาเรื่องรหัสผ่าน หรือสงสัยว่า อีเมล์โดนแฮก ทักมาถามได้เลยครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง

แท็ก: Password Str Password ที่ปลอดภัย ตั้งรหัสผ่าน รหัสผ่านควรตั้งยังไง รหัสผ่านตั้งอย่างไรให้ปลอดภัย รหัสผ่านที่ปลอดภัยเป็นยังไง วิธีตั้งรหัสผ่าน