ข่าวไอที

ปิดตำนาน goo.gl เมื่อ Google ประกาศหยุดบริการย่อลิงก์

ปิดตำนาน goo.gl เมื่อ Google ประกาศหยุดบริการย่อลิงก์

goo.gl ปิดตัว เกิดอะไรขึ้น?

ข่าวที่ฮือฮาในวงการไอทีเมื่อปี 2018 คือ Google ประกาศยุติบริการ goo.gl หรือที่รู้จักกันในชื่อ Google URL Shortener บริการย่อลิงก์ที่คนทั่วโลกใช้กันมานานหลายปีครับ

ผมเองก็ใช้ goo.gl มาตลอด ตั้งแต่สมัยทำเว็บไซต์โยโยคอมพิวเตอร์แรกๆ เลยครับ ต้องบอกว่าเสียดายเหมือนกัน แต่ Google ก็มีเหตุผลของเขาครับ


จริงๆ แล้ว Google ไม่ได้หยุดให้บริการทั้งหมด

ต้องบอกก่อนว่า Google ไม่ได้เลิกทำเรื่องย่อลิงก์ นะครับ แค่ ย้ายบริการ ไปรวมกับ Firebase Dynamic Links แทน เหมือนกับการยุบรวมธุรกิจเข้าด้วยกัน

การเปลี่ยน Google URL Shortener ไปยัง Firebase Dynamic Links

ไทม์ไลน์การปิดตัว

วันที่สิ่งที่เกิดขึ้น
13 เมษายน 2018หยุดรับ ผู้ใช้ใหม่
30 มีนาคม 2019หยุดให้บริการ ผู้ใช้เก่า ทั้งหมด
หลังปิดตัวลิงก์เก่าที่สร้างไว้ยังเปิดได้ แต่สร้างใหม่ไม่ได้

Google ยังแสดงน้ำใจครับ โดยแนะนำให้ผู้ใช้เก่าย้ายไปใช้ Bit.ly หรือ Ow.ly แทน


URL Shortener คืออะไร? ย่อลิงก์แล้วได้ประโยชน์อะไร?

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย ผมขออธิบายให้ฟังครับ

ปัญหา: ลิงก์ภาษาไทยที่ยาวเหยียด

เคยเจอไหมครับ เวลามีคนส่งลิงก์เว็บไซต์ภาษาไทยมาให้ทาง LINE หรือ Facebook มันจะ ยาวเหยียดเต็มหน้าจอ เต็มไปด้วยตัวอักษรแปลกๆ

ตัวอย่างลิงก์ที่ยาวเหยียด

เห็นแล้วไม่น่ากดเลยใช่ไหมครับ บางทีต้องเลื่อนหน้าจอหนีกันยาวเลย

ทำไมลิงก์ถึงยาว?

สาเหตุคือ ตัวอักษรภาษาไทย ถูกแปลงเป็น รหัส URL Encoding ครับ ตัวอักษรไทย 1 ตัว จะถูกแปลงเป็นรหัสภาษาอังกฤษยาว 6-9 ตัวอักษร เช่น:

  • “ก” → %E0%B8%81
  • “สวัสดี” → %E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B5

แค่คำว่า “สวัสดี” 6 ตัว กลายเป็นรหัสยาว 30 ตัวเลยครับ

ทางออก: ย่อลิงก์ให้สั้น

ลิงก์หลังย่อแล้ว สั้นกระชับ

จากลิงก์ที่ยาวเป็นพืด กลายเป็นแค่ ไม่กี่ตัวอักษร เช่น bit.ly/abc123 ครับ


ข้อดี 3 ข้อของการย่อลิงก์

ข้อข้อดีอธิบาย
1ลิงก์สั้น ดูง่ายจากยาวเป็นพืด เหลือแค่ไม่กี่ตัวอักษร
2ลิงก์น่ากดสั้นกระชับ ดูน่าเชื่อถือ ไม่เหมือนลิงก์หลอกลวง
3ดูสถิติได้รู้ว่ามีคนกดลิงก์กี่คน มาจากไหน ใช้ตอนไหน

ข้อ 3 สำคัญมากสำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ครับ ผมเองก็ใช้ดูว่าลิงก์ที่โพสต์ลง Facebook มีคนสนใจกดกี่คน ถ้ากดน้อยก็ปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้


ทางเลือกแทน goo.gl ในปัจจุบัน

หลังจาก goo.gl ปิดตัวไป ตอนนี้มีทางเลือกเยอะมากครับ:

บริการข้อดีข้อเสียเหมาะกับ
Bit.lyสถิติละเอียด, ใช้ง่ายแบบฟรีจำกัดจำนวนคนทำการตลาด, ธุรกิจ
TinyURLไม่ต้องสมัคร, ย่อได้เลยไม่มีสถิติใช้งานทั่วไป
Ow.lyรวมกับ Hootsuiteต้องใช้ผ่าน Hootsuiteคนจัดการ Social Media
Rebrandlyใช้โดเมนเองได้แบบฟรีจำกัดแบรนด์, องค์กร

จากประสบการณ์ผม Bit.ly เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทั่วไปครับ ใช้ง่าย ดูสถิติได้ และมีแบบฟรีให้ใช้


ผลกระทบต่อคนทำเว็บไซต์

ผมขอเล่าจากมุมมองคนทำเว็บนะครับ เรื่องนี้มีผลกระทบหลายอย่าง:

  1. ลิงก์เก่าที่แชร์ไว้ อาจเปิดไม่ได้ในอนาคต ถ้า Google ตัดสินใจปิดระบบ Redirect ทั้งหมด
  2. ต้องเปลี่ยนนิสัย จากที่เคยใช้ goo.gl แบบไม่คิด ตอนนี้ต้องเปลี่ยนไปใช้บริการอื่น
  3. บทเรียนสำคัญ อย่าพึ่งพาบริการฟรีของบริษัทใหญ่มากเกินไป เพราะเขาปิดตัวเมื่อไหร่ก็ได้ครับ

จากประสบการณ์ผม ลูกค้าหลายรายที่ทำธุรกิจออนไลน์ ใช้ goo.gl ในสื่อโฆษณา พอ Google ประกาศปิด ก็ต้องไปแก้ลิงก์ใหม่ทั้งหมดครับ เป็นบทเรียนที่ดีว่า ควรมีแผนสำรอง เสมอ


ลิงก์ goo.gl เก่ายังใช้ได้อยู่ไหม? (อัปเดต 2026)

คำถามที่หลายคนสงสัยครับ ตอบเลยว่า ณ ต้นปี 2026 ลิงก์ goo.gl เก่าที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ยังคง Redirect ได้ปกติ ครับ Google ยังไม่ได้ปิดระบบ Redirect ทั้งหมด

แต่ผมต้องเตือนว่า ไม่มีใครรู้ว่า Google จะปิดเมื่อไหร่ ครับ เพราะ Firebase Dynamic Links ที่ Google แนะนำให้ย้ายไปใช้แทน ก็ถูกประกาศยุติบริการเช่นกันเมื่อปี 2025 นี่คือบทเรียนสำคัญว่า อย่าพึ่งพาบริการฟรีของบริษัทใหญ่มากเกินไป

ถ้ายังมีลิงก์ goo.gl ใช้อยู่ ควรทำอะไร?

  1. สำรอง URL ปลายทาง — จดไว้ว่าแต่ละลิงก์ goo.gl ชี้ไปที่ไหน
  2. เปลี่ยนไปใช้บริการอื่น — สร้างลิงก์ใหม่จาก Bit.ly หรือ TinyURL
  3. อัปเดตสื่อโฆษณา — ถ้ามีลิงก์ goo.gl อยู่บนนามบัตร โบรชัวร์ หรือป้ายโฆษณา ควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด

เปรียบเทียบบริการย่อลิงก์ปี 2026 แบบละเอียด

ผมอัปเดตข้อมูลล่าสุดของแต่ละบริการมาให้ครับ:

คุณสมบัติBit.lyTinyURLRebrandlyShort.io
แผนฟรี10 ลิงก์/เดือนไม่จำกัด25 ลิงก์/เดือน50 ลิงก์/เดือน
Custom Domainแผนเสียเงินไม่ได้ได้ (แผนฟรี)ได้
ดูสถิติได้ (ละเอียด)ไม่ได้ได้ได้
QR Codeได้ได้ได้ได้
APIได้ได้ได้ได้
ราคาเริ่มต้น$8/เดือนฟรี$13/เดือน$9/เดือน

คำแนะนำจากผม

  • ใช้ส่วนตัว/เป็นครั้งคราว — ใช้ TinyURL เลยครับ ฟรี ไม่ต้องสมัคร
  • ทำธุรกิจ/การตลาด — ใช้ Bit.ly เพราะสถิติละเอียด ดูได้ว่าคนกดจากประเทศไหน ใช้อุปกรณ์อะไร
  • สร้างแบรนด์ — ใช้ Rebrandly เพราะใช้โดเมนของตัวเองได้ เช่น link.yourbrand.com/promo

บริการฟรีที่ Google เคยปิดตัว

goo.gl ไม่ใช่บริการแรกที่ Google ปิดตัวครับ มีอีกหลายบริการที่หลายคนเคยใช้แล้วหายไป:

บริการปิดตัวเมื่อทางเลือกแทน
Google+ (Social Network)2019ไม่มี
Google URL Shortener (goo.gl)2019Bit.ly, TinyURL
Google Hangouts2022Google Chat/Meet
Firebase Dynamic Links2025Branch.io, AppsFlyer
Google Stadia (Cloud Gaming)2023GeForce Now, Xbox Cloud

บทเรียนสำคัญคือ ถ้าใช้บริการฟรี ต้องมีแผนสำรองเสมอครับ


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ลิงก์ goo.gl ที่ใช้อยู่จะหยุดทำงานเมื่อไหร่?

ตอบ: ณ ปี 2026 ลิงก์เก่ายังทำงานอยู่ครับ แต่ Google อาจปิดระบบ Redirect ได้ทุกเมื่อโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ผมแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้บริการอื่นโดยเร็วที่สุดครับ

ถาม: ย่อลิงก์แล้วมีผลต่อ SEO ไหม?

ตอบ: ไม่มีผลครับ เพราะบริการย่อลิงก์ใช้ 301 Redirect ซึ่ง Google ถือว่าส่งผ่าน “link juice” ไปยังหน้าปลายทางอยู่แล้ว แต่ถ้าทำ SEO จริงจัง ผมแนะนำใช้ URL เต็มจะดีกว่า เพราะคนเห็น URL แล้วรู้เลยว่าจะไปหน้าไหน น่าเชื่อถือกว่าครับ

ถาม: ย่อลิงก์แล้วปลอดภัยไหม? ลิงก์จะถูกขโมยไหม?

ตอบ: บริการย่อลิงก์ที่เชื่อถือได้อย่าง Bit.ly หรือ TinyURL ปลอดภัยครับ แต่ต้องระวังลิงก์ย่อจากบริการที่ไม่รู้จัก เพราะมิจฉาชีพชอบใช้ลิงก์ย่อซ่อน URL อันตรายครับ ถ้าได้ลิงก์ย่อมาแล้วไม่แน่ใจ ลองเอาไปเช็คที่ VirusTotal ก่อนกดดีกว่า

ถาม: ใช้ Bit.ly แบบฟรีได้กี่ลิงก์?

ตอบ: แผนฟรีของ Bit.ly ปัจจุบันจำกัดที่ 10 ลิงก์ต่อเดือนครับ ถ้าใช้มากกว่านี้ต้องอัปเกรดเป็นแผนเสียเงิน หรือถ้าไม่ต้องการดูสถิติ ใช้ TinyURL ฟรีไม่จำกัดจำนวนเลยครับ


สรุป

การปิดตัวของ goo.gl เป็นการสิ้นสุดยุคสมัยหนึ่งของอินเทอร์เน็ตครับ แต่บริการย่อลิงก์ยังคงมีความจำเป็นอยู่ โดยเฉพาะในยุคที่ลิงก์ภาษาไทยยังคงยาวเหยียดเหมือนเดิม

สำหรับใครที่ต้องการทางเลือกทดแทน ผมแนะนำ Bit.ly ครับ ใช้ฟรีได้ มีสถิติให้ดู ใช้งานง่าย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง

แชร์บทความนี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย) - ช่างคอมพิวเตอร์

เขียนโดย

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)

ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง

ดูวิดีโอบน YouTube