สอนแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์

วิธีสแกนไวรัส Windows 10/11 เช็คคอมมีไวรัสไหม ทำเองฟรี

วิธีสแกนไวรัส Windows 10/11 เช็คคอมมีไวรัสไหม ทำเองฟรี

“ช่าง คอมผมมีไวรัสรึเปล่า? เปิดอะไรก็ช้า มีโฆษณาขึ้นแปลกๆ” — คำถามนี้ผมเจอบ่อยมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า Windows 10/11 มีโปรแกรมสแกนไวรัสในตัวอยู่แล้ว ชื่อ Windows Security (Windows Defender) ไม่ต้องลงอะไรเพิ่ม ไม่ต้องเสียเงิน

บทความนี้ผมสอนวิธีสแกนไวรัสแบบครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่สแกนเร็ว สแกนเต็ม ไปจนถึงสแกนแบบ Offline ที่เจอไวรัสดื้อๆ ได้


สัญญาณว่าคอมอาจมีไวรัส

ก่อนสแกน มาดูก่อนว่าอาการแบบไหนที่น่าสงสัย:

  • คอมช้าลงทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปกติ
  • มีโฆษณาป๊อปอัพขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เปิดเว็บ
  • โปรแกรมแปลกๆ ติดตั้งเอง ที่เราไม่ได้ลง
  • หน้า Browser เปลี่ยน — Homepage เปลี่ยน, มี Toolbar แปลกๆ
  • Task Manager แสดง CPU/Disk สูง โดยไม่ได้ทำอะไร
  • ไฟล์หายหรือเปลี่ยนนามสกุล — อาจโดน Ransomware

ถ้ามีอาการ 2-3 ข้อขึ้นไป ให้สแกนเลย อย่ารอ


วิธีที่ 1: Quick Scan — สแกนเร็ว (3-5 นาที)

Quick Scan จะเช็คเฉพาะจุดที่ไวรัสชอบซ่อน เหมาะสำหรับเช็คเร็วๆ ทุกวัน

ขั้นตอน:

  1. กด Windows + I เปิด Settings
  2. ไปที่ Privacy & SecurityWindows Security
  3. กด Virus & threat protection
  4. กดปุ่ม Quick scan
  5. รอ 3-5 นาที ดูผลลัพธ์

Quick Scan เหมาะกับ: เช็คประจำวัน หรือหลังจากดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บที่ไม่แน่ใจ


วิธีที่ 2: Full Scan — สแกนเต็มทั้งเครื่อง (1-3 ชั่วโมง)

Full Scan จะเช็ค ทุกไฟล์ ทุกโฟลเดอร์ ในเครื่อง ใช้เวลานานแต่ละเอียดที่สุด

ขั้นตอน:

  1. เปิด Windows Security เหมือนวิธีที่ 1
  2. กด Virus & threat protection
  3. กด Scan options (ใต้ปุ่ม Quick scan)
  4. เลือก Full scan
  5. กด Scan now
  6. รอ 1-3 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนไฟล์)

แนะนำ: รัน Full Scan สัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อสงสัยว่ามีไวรัส ระหว่างสแกนใช้คอมได้ปกติ แต่อาจช้าลงบ้าง


วิธีที่ 3: Microsoft Defender Offline Scan — สแกนไวรัสดื้อ

นี่คือวิธีที่ทรงพลังที่สุด — รีสตาร์ทเครื่องแล้วสแกนก่อนที่ Windows จะบูท ทำให้ไวรัสที่ซ่อนตัวใน Windows ไม่สามารถหลบได้

เมื่อไหร่ควรใช้:

  • Quick Scan + Full Scan เจอไวรัสแต่ลบไม่ได้
  • มีอาการแปลกๆ แต่สแกนปกติไม่เจออะไร
  • สงสัยว่าโดน Rootkit หรือ Bootkit

ขั้นตอน:

  1. เปิด Windows SecurityVirus & threat protection
  2. กด Scan options
  3. เลือก Microsoft Defender Offline scan
  4. กด Scan now
  5. คอมจะ รีสตาร์ทเอง แล้วสแกนก่อนเข้า Windows
  6. ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที
  7. เสร็จแล้วเข้า Windows อัตโนมัติ ดูผลได้ใน Windows Security

⚠️ สำคัญ: Save งานทั้งหมดก่อนกดสแกน เพราะเครื่องจะรีสตาร์ททันที


วิธีที่ 4: สแกนไฟล์เฉพาะตัว

ถ้าดาวน์โหลดไฟล์มาแล้วไม่แน่ใจว่าปลอดภัยไหม สแกนเฉพาะไฟล์นั้นได้เลย:

  1. คลิกขวาที่ไฟล์ที่ต้องการสแกน
  2. เลือก Scan with Microsoft Defender (หรือ Show more optionsScan with Microsoft Defender ใน Windows 11)
  3. รอ 5-10 วินาที ดูผล

วิธีนี้เร็วมาก เหมาะสำหรับเช็คไฟล์ที่โหลดมาจากอีเมลหรือเว็บที่ไม่แน่ใจ


สแกนเจอไวรัสแล้วทำยังไง?

ถ้า Windows Security เจอภัยคุกคาม จะแสดงผลลัพธ์ให้เลือก:

ตัวเลือกทำอะไรแนะนำ
Removeลบไวรัสทิ้ง✅ เลือกนี้
Quarantineกักไฟล์ไว้ ไม่ลบ✅ ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟล์สำคัญ
Allowอนุญาตให้อยู่❌ ไม่แนะนำ เว้นแต่มั่นใจ 100% ว่าเป็น false positive

แนะนำ: เลือก Remove เสมอ ถ้าเป็นไฟล์โปรแกรมที่ใช้งานจริงแล้วโดนจับผิด ค่อยไปโหลดใหม่จากเว็บทางการ


เปิด Real-time Protection ไว้เสมอ

สิ่งที่สำคัญกว่าการสแกนคือ เปิดการป้องกันแบบ Real-time ไว้ตลอด — Windows Security จะเช็คทุกไฟล์ที่เปิดหรือดาวน์โหลดอัตโนมัติ

วิธีเช็คว่าเปิดอยู่:

  1. เปิด Windows Security
  2. ไปที่ Virus & threat protection
  3. กด Manage settings
  4. ดูว่า Real-time protection เป็น On หรือไม่

ถ้าปิดอยู่ ให้เปิดทันที ถ้าเปิดไม่ได้ อาจมีโปรแกรมอื่นบล็อกอยู่ หรืออาจถูกไวรัสปิดไว้


อัพเดท Windows Security ให้ทันสมัย

ฐานข้อมูลไวรัสต้องอัพเดทสม่ำเสมอ ไม่งั้นจะตรวจไม่เจอไวรัสตัวใหม่:

  1. เปิด Windows SecurityVirus & threat protection
  2. ดูที่ Virus & threat protection updates
  3. กด Check for updates
  4. ถ้ามี update ให้กด Download

Windows Update จะอัพเดทให้อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าคอมไม่ได้เชื่อมเน็ตนานๆ อาจต้องอัพเดทมือ


ต้องลงโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพิ่มไหม?

คำตอบสั้นๆ: ส่วนใหญ่ไม่ต้อง

Windows Security ของ Windows 10/11 ในปี 2026 นี้ดีขึ้นมากจนได้คะแนน ใกล้เต็ม จากห้องทดสอบชื่อดังอย่าง AV-TEST ตรวจจับไวรัสได้ 99%+ ไม่ต่างจากโปรแกรมเสียเงิน

แต่ถ้าใช้คอมในลักษณะเสี่ยงสูง เช่น:

  • โหลดโปรแกรมจากเว็บนอกบ่อยๆ
  • เปิดไฟล์แนบจากอีเมลไม่คุ้นเคย
  • ใช้คอมทำธุรกรรมการเงินสำคัญ

ผมแนะนำให้ลง Malwarebytes Free สแกนเป็นตัวเสริมเดือนละครั้ง — อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ โปรแกรมแอนตี้ไวรัส 2026 ตัวไหนดี

ถ้าต้องการ Antivirus แบบครบฟีเจอร์ (VPN + Password Manager + ป้องกันหลายเครื่อง):

Norton 360 Premium Antivirus — ป้องกันครบ 1 ปี
~฿275
Bitdefender Antivirus Plus 1 ปี 3 อุปกรณ์
~฿499
Kaspersky Standard 1 ปี — เบาระบบ เหมาะคอมเก่า
~฿533

วิธีป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด

การป้องกันดีกว่าการรักษา สิ่งที่ผมแนะนำลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่ใช้คอมในเครือข่ายมหาวิทยาลัยและโหลดไฟล์บ่อยๆ อ่านWindows 11 Tips สำหรับนักเรียนเพิ่มเติมด้วยได้ครับ มีทั้งเรื่อง Storage Sense และความปลอดภัยเบื้องต้น:

  1. เปิด Windows Update — patch ช่องโหว่ความปลอดภัยอัตโนมัติ
  2. ไม่กดลิงก์แปลกๆ — อีเมล, SMS, LINE ที่ไม่รู้จัก ดูวิธีสังเกตที่ วิธีสังเกตอีเมล์หลอกลวง Phishing
  3. โหลดโปรแกรมจากเว็บทางการเท่านั้น — ไม่ใช่จาก เว็บ crack
  4. ใช้ Browser ที่อัพเดท — Chrome, Edge, Firefox เวอร์ชันล่าสุด
  5. Backup ข้อมูลสำคัญ — ถ้าโดน Ransomware จะได้ไม่เสียข้อมูล
  6. ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง — ไม่ใช้ 123456 หรือวันเกิด
  7. ลบ Bloatware ที่ไม่ใช้ — โปรแกรมขยะลดความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

สแกนไวรัสนานแค่ไหน?

  • Quick Scan: 3-5 นาที
  • Full Scan: 1-3 ชั่วโมง (ขึ้นกับจำนวนไฟล์)
  • Offline Scan: 15-30 นาที

สแกนไวรัสฟรีจริงไหม?

ฟรี 100% Windows Security มากับ Windows ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่มีโฆษณา

Windows Security ดีพอไหม? ต้องลง Norton, Kaspersky ไหม?

สำหรับการใช้งานปกติ Windows Security ดีเพียงพอแล้ว คะแนนจากห้องทดสอบ AV-TEST ให้ 6/6 เต็ม โปรแกรมเสียเงินอาจมีฟีเจอร์เสริม เช่น VPN, Password Manager แต่การป้องกันไวรัสหลักๆ ไม่ต่างกันมาก

สแกนเจอ PUP (Potentially Unwanted Program) คืออะไร?

PUP คือโปรแกรมที่ไม่ใช่ไวรัสโดยตรง แต่ไม่พึงประสงค์ เช่น Toolbar, โปรแกรมที่แอบติดตั้งมา แนะนำให้ลบทิ้ง

คอมช้า ต้องเป็นเพราะไวรัสเสมอไหม?

ไม่จำเป็น คอมช้าเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น RAM น้อย, HDD เก่า, โปรแกรมเยอะเกินไป — อ่านเพิ่มได้ที่ คอมช้า แก้ยังไง

แชร์บทความนี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย) - ช่างคอมพิวเตอร์

เขียนโดย

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)

ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง

ดูวิดีโอบน YouTube

บทความที่เกี่ยวข้อง