ข่าวไอที

ตามหามือถือหาย ลืมทิ้งไว้ จำไม่ได้วางไว้ที่ไหน

ตามหามือถือหาย ลืมทิ้งไว้ จำไม่ได้วางไว้ที่ไหน

มือถือหาย ทำไงดี? ตั้งสติแล้วทำตามนี้เลย

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครับ:

  • ลืมมือถือทิ้งไว้ ไม่รู้อยู่ตรงไหนในบ้าน
  • ปิดเสียงไว้ โทรหาก็ไม่ได้ยิน
  • ทำมือถือตก ไม่รู้ตกตรงไหน
  • มีคนมาหยิบไป อาจจะโดนขโมยก็ได้
  • มีข้อมูลสำคัญ รูปภาพ ไฟล์งาน คลิปส่วนตัว หลุดไปแย่แน่

จากประสบการณ์ผมเป็นช่างคอมมากว่า 20 ปี ลูกค้าที่โทรมาบอกว่ามือถือหาย ผมเจอเดือนละหลายราย ครับ วันนี้จะมาสอนวิธีตามหาแบบละเอียดเลย ใช้ได้จริง ผมทดสอบกับตัวเองมาแล้ว


เงื่อนไขสำคัญ — ต้องทำก่อนมือถือหาย

ก่อนจะตามหามือถือได้ ต้องเคยเปิดฟีเจอร์ “หาอุปกรณ์ของฉัน” (Find My Device) ไว้ก่อนครับ

ถ้ายังไม่เคยเปิด ให้ไปอ่านวิธีตั้งค่าก่อนที่ วิธีเปิดโหมดตามหามือถือหาย ตั้งค่า Find My Device

นอกจากนี้ มือถือต้องมีเงื่อนไขเหล่านี้ด้วย:

เงื่อนไขทำไมถึงสำคัญ
เปิดอินเทอร์เน็ต (Wi-Fi หรือ 4G/5G)ให้มือถือรับคำสั่งจากเราได้
เปิด GPS / Locationให้ระบุตำแหน่งบนแผนที่ได้
แบตเตอรี่ยังไม่หมดถ้าแบตหมด ระบบจะหาไม่เจอ
ล็อกอิน Gmail ไว้ใช้ยืนยันตัวตนเข้าระบบ

วิธีตามหามือถือ Android — ทำตามได้เลย

ขั้นที่ 1 — เข้าเว็บ Google Find My Device

เปิดคอมพิวเตอร์หรือมือถือเครื่องอื่น แล้วเข้าเว็บใดเว็บหนึ่ง:


ขั้นที่ 2 — ล็อกอินด้วย Gmail ที่ใช้กับมือถือที่หาย

ย้ำครับ! ต้องใช้ Gmail เดียวกัน กับที่ล็อกอินไว้ในมือถือเครื่องที่จะหา ถ้าจำไม่ได้ว่าใช้ Gmail ไหน ลองนึกดูว่าใช้ Gmail ไหนโหลดแอปจาก Play Store


ขั้นที่ 3 — รอระบบเชื่อมต่อกับมือถือ

พอล็อกอินเข้ามาจะเห็นหน้า “Google หาอุปกรณ์ของฉัน” ระบบจะพยายามเชื่อมต่อกับมือถือของเราครับ


ขั้นที่ 4 — ดูข้อมูลและตำแหน่งมือถือ

ถ้ามือถือ เปิดอินเทอร์เน็ตอยู่ จะแสดงข้อมูลแบบนี้ครับ:

  • รุ่นมือถือ เช่น Samsung Galaxy, OPPO, Vivo
  • สถานะ ออนไลน์อยู่ หรือออฟไลน์
  • แบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ เช่น 35%
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ 4G อยู่
  • หมายเลข IMEI เผื่อต้องแจ้งความ
  • ตำแหน่งบนแผนที่ (ถ้าเปิด GPS ไว้)

ขั้นที่ 5 — ถ้าเปิด GPS ไว้ จะเห็นตำแหน่งแม่นยำ

ถ้ามือถือเปิด GPS ไว้ จะเห็นจุดสีเขียวบนแผนที่บอกว่ามือถืออยู่ที่ไหนแบบ real-time ครับ ผมเคยใช้ตามหามือถือที่ลืมไว้ในร้านกาแฟ หาเจอภายใน 15 นาที


ขั้นที่ 6 — ถ้ามือถือออฟไลน์ จะแสดงตำแหน่งล่าสุด

ถ้ามือถือ ปิดเน็ต ปิดเครื่อง หรือแบตหมด ระบบจะแสดงแค่ “ตำแหน่งที่เคยเห็นล่าสุด” เท่านั้นครับ

สาเหตุที่หาไม่ได้แบบ real-time อาจเป็นเพราะ:

  • แบตเตอรี่หมดแล้ว
  • ถูกปิดเครื่อง
  • ถูกถอดซิมออก
  • ถูก Factory Reset ล้างเครื่อง

3 ฟีเจอร์หลักที่ช่วยตามหามือถือ

ฟีเจอร์ 1: สั่งให้มือถือดัง (เล่นเสียง)

นี่คือฟีเจอร์ที่ผมใช้บ่อยที่สุดเลยครับ เหมาะกับกรณีที่ลืมมือถือไว้ในบ้าน ในรถ หรือในออฟฟิศ

  • กดปุ่ม “เล่นเสียง” ที่หน้าเว็บ
  • มือถือจะดังขึ้น เต็มวอลุ่ม นาน 5 นาที แม้จะปิดเสียงหรือตั้งโหมดสั่นไว้ก็ดังครับ
  • ระบบจะนับเวลาถอยหลังให้ ถ้ายังไม่เจอก็กดให้ดังซ้ำได้

พอเจอมือถือแล้ว กดปุ่ม “หยุดทำให้ส่งเสียง” เสียงจะหยุดทันทีครับ

คำเตือน: ถ้ามือถือหายไปอยู่กับคนอื่น ให้คิดดีก่อนนะครับ เพราะถ้าสั่งให้ดัง คนที่เก็บได้อาจตกใจแล้วปิดเครื่องไปเลย


ฟีเจอร์ 2: ล็อกเครื่อง + ส่งข้อความ

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับกรณี ที่มือถือหายไปกับคนอื่น และเราอยากให้เขาติดต่อกลับมา

กดเข้าไปจะมี 2 ช่องให้กรอก:

  • ช่องบน “ข้อความการกู้คืน” — ใส่ข้อความที่จะแสดงบนหน้าจอมือถือ เช่น “รบกวนช่วยส่งคืนด้วยนะครับ มีรางวัลให้”
  • ช่องล่าง “หมายเลขโทรศัพท์” — ใส่เบอร์ให้เขาติดต่อกลับมา

ใส่ข้อมูลครบแล้วกด “ล็อก” มือถือจะถูกล็อกทันที อย่าลืมจำรหัสผ่านไว้ด้วยนะครับ


ฟีเจอร์ 3: สั่งลบข้อมูลทั้งหมด (Factory Reset)

ฟีเจอร์นี้ใช้เมื่อสิ้นหวังว่าจะได้มือถือคืนแล้ว และกลัวข้อมูลส่วนตัวหลุด เช่น รูปภาพ คลิป ไฟล์ธนาคาร

  • ข้อมูลทุกอย่างในเครื่องจะถูกลบหมด เหมือนเครื่องใหม่
  • เมื่อกดลบแล้ว โอกาสตามหาเจอเหลือ 0% ครับ คิดให้ดีก่อนกด

ถ้าแน่ใจแล้ว ระบบจะให้ใส่ Gmail และรหัสผ่านอีกครั้งเพื่อยืนยัน


ผมแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ตามลำดับนี้

ลำดับฟีเจอร์ใช้เมื่อ
1ดูตำแหน่งเช็คก่อนว่ามือถืออยู่ที่ไหน
2สั่งดังมือถืออยู่ใกล้ เช่น ในบ้าน ในรถ
3ล็อก + ส่งข้อความมือถืออยู่กับคนอื่น อยากให้ติดต่อกลับ
4สั่งลบสิ้นหวังแล้ว กลัวข้อมูลหลุด (ทางเลือกสุดท้าย)

จากประสบการณ์จริง — เรื่องเล่าจากหน้างาน

  1. ผมเคยใช้ฟีเจอร์นี้กับตัวเองครับ วันนึงลืมมือถือไว้ในรถ ปิดเสียงด้วย สั่งให้ดังจากคอม ก็ได้ยินเสียงจากในรถเลย หาเจอภายใน 1 นาที

  2. ลูกค้าโทรมาตกใจมาก มือถือมีข้อมูลธุรกิจสำคัญ ผมช่วยสั่งล็อกเครื่องให้ก่อน แล้วค่อยตามหา สุดท้ายได้คืนมาจากร้านอาหาร

  3. แม่ค้าออนไลน์ มือถือหายพร้อมข้อมูลลูกค้า กรณีนี้ต้องสั่งลบทันทีเลยครับ เพราะมีข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าในแอปอยู่

  4. หมายเลข IMEI ที่ระบบบอก มีประโยชน์มาก ตอนไปแจ้งความ ตำรวจจะถาม IMEI ครับ ถ้าจดไว้ก่อนจะสะดวกมาก

  5. เคยเจอกรณีมือถือหาย แต่ GPS ปิดอยู่ ระบบบอกแค่ตำแหน่งล่าสุดเมื่อ 6 ชั่วโมงก่อน ช่วยได้ไม่เต็มที่ เลยแนะนำให้ เปิด GPS ไว้ตลอดครับ


สรุป — สิ่งสำคัญที่ต้องจำ

  • ใช้ได้กับ มือถือ Android ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ครับ
  • ต้องเปิด Find My Device ไว้ก่อน ถ้ายังไม่ได้เปิด ดูวิธีตั้งค่าที่นี่
  • ระบบจะทำงานได้ เมื่อมือถือยังมีแบตและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่
  • ถ้าไม่ได้เปิด GPS จะบอกได้แค่ ตำแหน่งล่าสุดที่เคยเปิด GPS ครับ
  • โอกาสเจอ 100% คือมือถืออยู่ในบ้าน ในรถ ในสนามบ้าน (แค่สั่งให้ดังก็พอ)
  • หน้าตาเมนูอาจต่างจากรูปเล็กน้อย เพราะ Google พัฒนาอยู่เสมอ แต่ หลักการเดียวกัน

แบตต้องไม่หมดไปก่อนนะครับ ถ้าแบตหมดก็จบเลย และก่อนที่จะต้องใช้วิธีสั่งลบข้อมูล ถ้าสำรองข้อมูลมือถือไว้ก่อน ก็จะหายใจหายคอได้มากขึ้นครับ


คำถามที่พบบ่อย

มือถือหายแล้ว แบตหมด ยังตามหาได้ไหม?

ตามหาแบบ real-time ไม่ได้ครับ แต่ระบบจะแสดงตำแหน่งล่าสุดที่มือถือยังเปิดอยู่ อาจช่วยให้รู้ว่าหายตรงไหน ดังนั้นเปิด GPS ไว้ตลอดจะช่วยได้มากในกรณีนี้

สั่งลบข้อมูลทางไกลแล้ว ถ้าได้มือถือคืนมา ข้อมูลกู้กลับได้ไหม?

ไม่ได้ครับ เมื่อสั่ง Factory Reset ทางไกลแล้วข้อมูลจะถูกลบถาวร กู้คืนไม่ได้ ดังนั้นให้ใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เท่านั้น ลองสั่งล็อกเครื่องและส่งข้อความก่อนดีกว่า

ใช้ Find My Device หาเครื่องคนอื่นได้ไหม?

ไม่ได้ครับ ต้อง Login ด้วย Gmail ที่ใช้กับมือถือเครื่องนั้นเท่านั้น ระบบออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาตามหาหรือสั่งล็อกเครื่องของเราได้

มือถือโดนขโมย ควรสั่งลบข้อมูลเลยไหม?

ผมแนะนำให้สั่งล็อกเครื่องและใส่ข้อความ+เบอร์ติดต่อก่อนครับ เผื่อคนเก็บได้ส่งคืน ถ้ารอแล้วไม่ได้คืน หรือเห็นตำแหน่งเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ค่อยสั่งลบข้อมูลแล้วไปแจ้งความ


บทความที่เกี่ยวข้อง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม: Phone Troubleshooting Complete Guide

แชร์บทความนี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย) - ช่างคอมพิวเตอร์

เขียนโดย

สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)

ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง

ดูวิดีโอบน YouTube