“โหลดแอพจาก Microsoft Store ไม่ได้เลยพี่ กดแล้วค้าง” หรือบางคนเปิด Store ขึ้นมาก็เจอ error PurgeCaches ไม่งั้นก็หน้าว่างเปล่า โหลดอะไรไม่ได้สักอย่าง
สำรองข้อมูลก่อนทำทุกครั้ง!
การ Reset หรือลง Microsoft Store ใหม่ อาจทำให้แอพที่ติดตั้งผ่าน Store หายไป ต้องโหลดใหม่อีกรอบ ถ้ามีแอพสำคัญที่ซื้อไว้ ให้จดชื่อไว้ก่อน เพราะสามารถโหลดกลับมาได้ฟรีจาก Store เดิมโดยไม่ต้องซื้อใหม่ครับ


ปัญหานี้เจอบ่อยมากครับ โดยเฉพาะหลังอัพเดท Windows สาเหตุส่วนใหญ่คือ Cache เสีย ซึ่งแก้ไม่ยาก
ดูวิดีโอสาธิตจากช่อง โยโยคอมพิวเตอร์

อาการที่เจอ
ลูกค้าที่มาหาผมจะเจออาการแบบนี้:
- เปิด Microsoft Store แล้ว หน้าจอว่าง ไม่โหลดอะไรเลย
- กดโหลดแอพแล้ว ค้างอยู่ที่ Pending ไม่ขยับ
- ขึ้น error “PurgeCaches” หรือ “Try that again”
- ขึ้น error code เช่น 0x80131500, 0x80072EFD, 0x803F8001
- Microsoft Store เปิดมาแล้วปิดเอง (crash)
ลองแก้ทีละวิธีครับ เรียงจากง่ายไปยาก
วิธีที่ 1: WSReset ล้าง Cache
วิธีนี้ง่ายที่สุดและแก้ได้บ่อยที่สุดครับ

- กด Windows + R
- พิมพ์
wsreset.exeแล้วกด Enter - จะเปิดหน้าต่าง CMD ดำสักครู่ (อย่าปิด)
- รอจนหน้าต่างปิดเอง แล้ว Microsoft Store จะเปิดขึ้นมาอัตโนมัติ



ถ้า Store เปิดมาปกติก็จบเลยครับ ถ้ายังไม่ได้ ไปวิธีถัดไป
วิธีที่ 2: Reset ผ่าน Settings
Reset แบบเต็มรูปแบบ ลบข้อมูล Cache + ตั้งค่าทั้งหมด
Windows 10
- เข้า Settings → Apps → Apps & features
- ค้นหา Microsoft Store
- คลิก Advanced options
- เลื่อนลงมาหา Reset → กด Reset
- รอสักครู่ แล้วลองเปิด Store ใหม่
Windows 11
- เข้า Settings → Apps → Installed apps
- ค้นหา Microsoft Store → กด ⋯ → Advanced options
- กด Repair ก่อน (ลองแก้ไม่ลบข้อมูล)
- ถ้ายังไม่ได้ กด Reset (ลบข้อมูลทั้งหมด)
หมายเหตุ: Reset จะลบข้อมูล login ของ Microsoft Store ต้อง login ใหม่อีกครั้ง
วิธีที่ 3: ลง Microsoft Store ใหม่
ถ้า Reset แล้วยังไม่ได้ ลองลง Store ใหม่ผ่าน PowerShell

- คลิกขวาที่ปุ่ม Start → เลือก Windows Terminal (Admin) หรือ PowerShell (Admin)
- พิมพ์คำสั่ง:



Get-AppxPackage -allusers Microsoft.WindowsStore | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppXManifest.xml"}
- กด Enter แล้วรอจนเสร็จ
- Restart เครื่อง แล้วลองเปิด Store ใหม่
ถ้าขึ้น error สีแดง ลองคำสั่งนี้ก่อน:



Get-AppxPackage -allusers Microsoft.WindowsStore | Remove-AppxPackage
แล้วค่อยรันคำสั่งติดตั้งใหม่อีกครั้ง
วิธีที่ 4: แก้ปัญหา Proxy/VPN
บางครั้ง Microsoft Store ไม่ทำงานเพราะมี Proxy หรือ VPN ค้างอยู่
ปิด Proxy
- เข้า Settings → Network & Internet → Proxy
- ปิด Use a proxy server ให้เป็น Off
- ปิด Automatically detect settings แล้วเปิดใหม่
Reset Network
- เปิด CMD (Admin)
- พิมพ์ทีละบรรทัด:
netsh winsock reset
netsh int ip reset
ipconfig /flushdns
- Restart เครื่อง
วิธีที่ 5: ล้าง Cache ด้วยมือ (ถ้า WSReset ไม่ทำงาน)
บางที WSReset เองก็ค้าง หรือทำงานไม่สำเร็จ ลองล้าง Cache ด้วยมือครับ
- ปิด Microsoft Store ให้เรียบร้อย (กด Alt+F4 หรือปิดจาก Task Manager)
- กด Windows + R พิมพ์ path นี้:
%localappdata%\Packages\Microsoft.WindowsStore_8wekyb3d8bbwe\LocalCache - กด Enter → จะเปิดโฟลเดอร์ Cache ของ Store ขึ้นมา
- ลบไฟล์ทั้งหมด ในโฟลเดอร์นี้ (กด Ctrl+A แล้ว Delete)
- ลองเปิด Microsoft Store ใหม่
วิธีนี้เหมือนกับ WSReset แต่ทำด้วยมือ ได้ผลในกรณีที่ WSReset ค้างหรือไม่ทำงาน
วิธีลง Microsoft Store ใหม่ด้วย PowerShell (คำสั่งเต็ม)
ถ้าวิธีอื่นไม่ได้ผล ลองลบ Store ออกแล้วลงใหม่ทั้งหมดครับ
# ขั้นตอน 1: ลบ Store เดิม
Get-AppxPackage -allusers *WindowsStore* | Remove-AppxPackage
# ขั้นตอน 2: ลบ Store Framework ที่เกี่ยวข้อง
Get-AppxPackage -allusers *StorePurchaseApp* | Remove-AppxPackage
# ขั้นตอน 3: Restart เครื่อง
# (Restart ก่อนแล้วค่อยรันคำสั่งถัดไป)
# ขั้นตอน 4: ลง Store ใหม่
Get-AppxPackage -allusers Microsoft.WindowsStore | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppXManifest.xml"}
คำเตือน: ระหว่างที่ลบ Store ออก จะใช้ Store ไม่ได้ ต้องลงใหม่ให้เสร็จก่อน ถ้ารันคำสั่งลงใหม่แล้ว error ลอง Restart อีกครั้งแล้วรันใหม่
Error Code ที่พบบ่อยและวิธีแก้
Microsoft Store พอมีปัญหามักจะโชว์ Error Code มาด้วย ผมรวบรวมไว้ให้ครับ เจอตัวไหนก็แก้ตามตารางนี้ได้เลย
| Error Code | ความหมาย | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| 0x80131500 | Store โหลดข้อมูลไม่ได้ (เน็ต/Cache) | WSReset → ถ้าไม่ได้ Reset Network |
| 0x80072EFD | เชื่อมต่อ Server ไม่ได้ | เช็คเน็ต + ปิด VPN/Proxy |
| 0x803F8001 | License ของแอพมีปัญหา | Reset Store ผ่าน Settings |
| 0x80073D05 | แอพลงไม่สำเร็จ | ลง Store ใหม่ด้วย PowerShell |
| 0x80073CF9 | พื้นที่ไม่พอ หรือ Package เสีย | เคลียร์ disk + Reset Store |
| 0x80240438 | Windows Update ขัดกับ Store | รัน Windows Update Troubleshooter |
| 0x80D03002 | Download ค้าง timeout | WSReset + เช็คเน็ต + ปิด Firewall ชั่วคราว |
| 0x803FB005 | ติดตั้งแอพไม่สำเร็จ | Logout แล้ว Login ใหม่ใน Store |
| 0x80070005 | ไม่มีสิทธิ์ (Access Denied) | รัน PowerShell แบบ Admin |
วิธีดู Error Code: ตอนที่ Store ขึ้น error จะมีตัวเลขเล็กๆ อยู่ด้านล่างหรือในรายละเอียด ถ้าไม่เห็น ให้เปิด Event Viewer (พิมพ์ eventvwr ใน Run) ไปที่ Windows Logs → Application ดู error ล่าสุดครับ
WSReset ไม่ทำงาน? ลองทางเลือกเหล่านี้
บางครั้งรัน wsreset.exe แล้วค้าง หรือรันแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น มีทางเลือกอื่นครับ
ทางเลือกที่ 1: ล้าง Cache ด้วย PowerShell
# หยุด Store ก่อน
Get-Process -Name WinStore.App -ErrorAction SilentlyContinue | Stop-Process -Force
# ล้าง Cache
Remove-Item -Path "$env:LOCALAPPDATA\Packages\Microsoft.WindowsStore_8wekyb3d8bbwe\LocalCache\*" -Recurse -Force
# ล้าง Token Cache
Remove-Item -Path "$env:LOCALAPPDATA\Packages\Microsoft.WindowsStore_8wekyb3d8bbwe\LocalState\cache\*" -Recurse -Force -ErrorAction SilentlyContinue
ทางเลือกที่ 2: Windows Store Apps Troubleshooter
- เข้า Settings → System → Troubleshoot → Other troubleshooters
- หา Windows Store Apps → กด Run
- Windows จะวิเคราะห์และแก้ปัญหาให้อัตโนมัติ
วิธีนี้ผมแนะนำลองก่อนเลยครับ เพราะ Windows จะเช็คหลายอย่างให้พร้อมกัน ทั้ง Cache, Permission, Service ต่างๆ
ทางเลือกที่ 3: Re-register Store ทั้งชุด
ถ้าแอพ Store เสียหนัก ลอง Re-register ทั้ง Store และ App Framework พร้อมกัน:
# Re-register Store + App Installer + Purchase App ทั้งชุด
Get-AppxPackage -AllUsers *WindowsStore* | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppxManifest.xml"}
Get-AppxPackage -AllUsers *StorePurchaseApp* | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppxManifest.xml"}
Get-AppxPackage -AllUsers *AppInstaller* | Foreach {Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register "$($_.InstallLocation)\AppxManifest.xml"}
ถ้ารันแล้วขึ้น error สีแดง ไม่ต้องตกใจ บาง Package อาจลงอยู่แล้ว ดูว่า Store เปิดได้หรือยัง
ทางเลือกที่ 4: DISM + SFC (แก้ไฟล์ระบบเสียหาย)
ถ้า Store มีปัญหาเพราะไฟล์ระบบเสีย:
# ซ่อมไฟล์ระบบ
sfc /scannow
# ถ้า SFC หาปัญหาแต่แก้ไม่ได้ ใช้ DISM
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
# รันใหม่อีกครั้ง
sfc /scannow
คำสั่ง DISM จะดาวน์โหลดไฟล์ระบบที่ถูกต้องจาก Windows Update มาแทนที่ไฟล์ที่เสีย ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที อย่าปิดหน้าต่างระหว่างทำ
วิธีที่ 6: ตรวจ Windows Update
Microsoft Store ต้องใช้ Windows เวอร์ชันที่อัพเดทแล้ว ถ้า Windows เก่ามาก Store อาจทำงานไม่ได้

- เข้า Settings → Windows Update
- กด Check for updates
- ลงอัพเดททั้งหมดที่มี
- Restart เครื่อง แล้วลองเปิด Store ใหม่


ตรวจเวอร์ชัน Windows ด้วยครับ ถ้าเวอร์ชันเก่ามากอาจต้องอัพเดท Windows
ถ้ายังใช้ Windows 10 อยู่ อัพเกรดเป็น 11 จะได้ Microsoft Store เวอร์ชันใหม่ที่เสถียรกว่าเยอะ:


ของแท้ลิขสิทธิ์ ใช้ได้ตลอดชีพ Microsoft Store เวอร์ชันใหม่เสถียรกว่า Win 10 มาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
WSReset คืออะไร?
WSReset ย่อมาจาก Windows Store Reset เป็นเครื่องมือของ Microsoft สำหรับล้าง Cache ของ Microsoft Store โดยเฉพาะ ไม่ลบแอพที่ลงไว้ ไม่ลบข้อมูล login ถ้า WSReset ไม่ช่วยอาจต้องลง Windows 11 ใหม่ครับ
Reset แล้วแอพที่ลงไว้หายไหม?
ไม่หายครับ แอพที่ลงจาก Microsoft Store ยังอยู่ แค่อาจต้อง login เข้า Store ใหม่อีกครั้ง
ต้องใช้ Microsoft Account ไหม?
ต้องครับ Microsoft Store ต้อง login ด้วย Microsoft Account ถึงจะโหลดแอพได้ แอพฟรีก็ต้อง login
Microsoft Store สำคัญไหม ไม่ใช้ได้ไหม?
ได้ครับ ถ้าไม่ได้ใช้แอพจาก Store แต่บางแอพมีเฉพาะใน Store เช่น Netflix, Spotify (Windows), WhatsApp Desktop และที่สำคัญ Windows Update บางส่วนก็ผ่าน Store ถ้าอยากลดแอพที่ไม่จำเป็นออกจาก Store ลองอ่าน วิธีลบ Bloatware Windows 10/11
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ปรับแต่ง Windows 10/11 ให้เร็วขึ้น — ปรับแต่งระบบให้เบา
- วิธีปิด UAC Windows 10/11 — แก้เด้งถามตลอด
- Windows 11 คู่มือฉบับสมบูรณ์ — ทุกเรื่องที่ต้องรู้
- วิธีเช็คเวอร์ชัน Windows — ดูว่าใช้ Windows อะไรอยู่

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ผู้อ่านควรสำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำตามขั้นตอนใดๆ โยโยคอมพิวเตอร์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปปฏิบัติ ผู้อ่านยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ
เขียนโดย
สุทินันท์ ปูคะภาค (โย)
ช่างคอมพิวเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปี จากจังหวัดสระบุรี แชร์ความรู้ไอทีผ่านบทความและวิดีโอ YouTube เพื่อให้ทุกคนแก้ปัญหาคอมได้ด้วยตัวเอง
ดูวิดีโอบน YouTubeบทความที่เกี่ยวข้อง
HDD เสียงคลิกๆ? สัญญาณฮาร์ดดิสก์กำลังเสีย สำรองข้อมูลด่วน!
HDD เสียงคลิกๆ สาเหตุและวิธีรับมือ สำรองข้อมูลก่อนสาย แนะนำ WD My Passport สำหรับ Backup และเมื่อไหร่ควรเปลี่ยน SSD
จอฟ้า (BSOD) Windows 10/11 สาเหตุและวิธีแก้แบบละเอียด
แก้ปัญหาจอฟ้า BSOD Windows 10 11 สาเหตุ วิธีแก้ เช็คได้เอง error code ยอดฮิต IRQL_NOT_LESS_OR_EQUAL CRITICAL_PROCESS_DIED แก้ยังไง
วิธีเปิด Windows Photo Viewer ใน Windows 10/11
วิธีเปิดใช้ Windows Photo Viewer ตัวดูรูปแบบเก่าใน Windows 10/11 แทน Photos app ที่ช้าและหนัก แก้ Registry ง่ายๆ ดับเบิลคลิกรูปเปิดได้เลย